ปัดฝุ่นไดอารี่ ** ประสบการณ์การสอนภาษาไทยที่ปักกิ่ง (ย้ายมาจากBloggang)

สวัสดี !

     ร้างกับการเขียนไดอารี่ไปนานถึงหนึ่งปี วันนี้ได้ฤกษ์กลับมาปัดฝุ่นใหม่อีกครั้ง จริงๆที่ผ่านมาก็ไม่มีเวลาด้วยแหละ ไม่คิดว่าระบบเวลาจะหมุนเร็วขนาดนี้ ตั้งแต่ขึ้นป.โทปี2มา เวลาก็ไม่เคยเดินช้าอีกเลย…
     เมื่อตอนเทอมที่แล้วมีโอกาสไปฝึกงานที่สถานฑูตไทยในกรุงปักกิ่ง ฝึกงานในหน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์เป็นเวลาสองเดือน ถามว่าเหนื่อยไหม… คำตอบคือเหนื่อยมาก ทำงาน28วันในหนึ่งเดือน ไม่มีเสาร์อาทิตย์ อาจเป็นเพราะโชคชะตาด้วย เพราะช่วงที่โบว์เข้าไปก็เป็นช่วงที่ทางกรมการค้าจัดexhibition สินค้าไทยค่อนข้างถี่และก็เดินทางไปหลายๆเมือง รวมไปถึงงานประชุมสุดยอดผู้นำโลกAPEC ที่กรุงปักกิ่ง จะบอกว่าฝึกงานครั้งนี้ได้ประสบการณ์เยอะมาก ถึงแม้จะไม่ได้ในรูปแบบขอตัวเงิน แต่ประสบการณ์ที่ได้นั้นประเมินค่าไม่ได้จริงๆ เดี๋ยวเรื่องฝึกงานโอกาสหน้าคงมีได้มาเขียน เผื่อเป็นแนวทางให้ใครที่อยู่ปักกิ่ง หรือใครก็ตามที่อยากลองไปฝึกงานกับสถานฑูตไทยในต่างประเทศ คิดว่าน่าจะมีจำนวนไม่น้อยอยู่
     แต่ประเด็นที่จะเขียนในวันนี้คือ ขอเดินข้ามมาถึงเทอมปัจจุบันนี้ก่อน ในเทอมนี้โบว์มีโอกาสได้สอนภาษาไทยให้กับคนจีน โดยการสอนนี้ไม่ใช่การเป็นติวเตอร์ตัวต่อตัว หรือ กลุ่ม4-5คนแต่อย่างใด แต่เป็นการสอนภาษาไทยแบบเป็นคลาสเรียน ครั้งแรกในชีวิตของโบว์เลยกับการลองสวมบทบาทเป็นอาจารย์มหาลัยจริงๆ
ต้องเกริ่นก่อนว่าการสอนภาษาไทยครั้งนี้ไม่ใช่การสอนแบบเล่นๆ เพราะนักเรียนที่มาเรียนนี้คือ อาสาสมัครคนจีนที่รัฐบาลจะส่งไปเพื่อเป็นอาจารย์สอนภาษาจีนตามประเทศต่างๆเป็นเวลา1ปี และมหาลัยของโบว์ (Beijing Normal University) มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบอาสาสมัครที่จะเดินทางไปเป็นอาจารย์สอนภาษาจีนที่ประเทศไทย โดยนักเรียนเหล่านี้มาจากทั่วทุกสารทิศในประเทศจีนและมาTrainingที่ปักกิ่งเป็นเวลาหนึ่งเดือน และจะเดินทางไปเมืองไทยในเดือนพฤษภาคม เพราะฉะนั้นการสอนภาษาไทยของโบว์ในครั้งนี้ค่อนข้างจะมีแรงกดดันอยู่พอสมควร เพราะระยะเวลาในการเรียนภาษาไทยค่อนข้างจำกัดเพียงแค่1เดือนเท่านั้น อีกทั้งนักเรียนเกิน90%ของคลาสนั้นไม่เคยเรียนภาษาไทยมาก่อน ในคลาสโบว์มีนักเรียนที่โบว์ต้องรับผิดชอบจำนวน25คน มีสองคนที่พอพูดภาษาไทยได้ และมีสองคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่หลังจากเริ่มการเรียนการสอนไปแล้วสามอาทิตย์…
     อย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้นด้วยระยะเวลาที่มีจำกัดอย่างมาก กอปรกับโบว์เองก็เป็นมือใหม่ ขณะที่อาจารย์คนอื่นๆเคยมีประสบการณ์การสอนมาแล้วตามที่ต่างๆ หรือไม่ก็เรียนในคณะการสอนฯ หรือ คณะครุศาสตร์ก็มี ซึ่งมีความรู้และเทคนิคในการสอนมากกว่าโบว์ เพราะฉะนั้นโบว์จำเป็นต้องทำการบ้านอย่างหนัก ไม่เพียงแต่คิดว่าจะทำอย่างไรให้นักเรียนเข้าใจภาษาไทยโดยเฉพาะพยัญชนะ สระ การประสมคำ หรือแม้แต่บทสนทนาเบื้องต้น และ คำศัพท์ที่พวกเค้าจะต้องใช้ในการสอนภาษาจีนเท่านั้น โบว์ยังต้องทำความเข้าใจอย่างหนักเกี่ยวกับภาษาไทย เพราะการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาตินั้นไม่ง่าย ภาษาไทยกฎเยอะแยะ ละเอียดยิบย่อยชนิดที่แม้แต่คนไทยเองก็ไม่อาจเข้าใจได้ พวกเราแค่พูดได้เขียนได้ตามความคุ้นเคยเท่านั้นเอง และนี้เรียกว่าเป็นงานหิน และเป็นงานที่ท้าทายความสามารถอย่างมาก
     ปกติการเรียนการสอนส่วนใหญ่ก็จะตามหนังสือเล่มนี้ 实用泰语入门 แต่ก็จะมีเพิ่มเติมนอกหนังสือเรียนต่างหากด้วย โดยการเรียนการสอนก็จะแบ่งเป็นอาทิตย์ละ 2 วัน หรือบางอาทิตย์ก็อาทิตย์ละ3วัน วันละ4ชั่วโมง พักเบรคแค่10นาที เท่านั้น ตารางเรียนค่อนข้างแน่น สงสารนักเรียนเหมือนกัน แต่สงสารตัวเองมากกว่า ยืนตลอด เมื่อยมาก TT ปกติช่วงพักเบรคโบว์ก็จะเปิดThe Voice Thailandให้นักเรียนดู บางทีก็มีMVเพลงไทย หรือช่วงหลังๆก็จะเปิดละครฮอร์โมนให้ดูเลยก็มี เพราะตอนโบว์ฝึกภาษาจีนกลางก็ฝึกจากการดูหนัง ดูละคร เนี้ยแหละ มันเป็นวิธีการเรียนภาษาที่ได้ผลที่สุดแล้ว นอกเหนือจากการเอาตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ต้องใช้ภาษานั้นๆ
     อ่อ! ลืมบอกไป โบว์ตั้งชื่อภาษาไทยให้นักเรียนด้วยนะ โดยการตั้งชื่อก็ไม่ได้ตั้งตามใจฉัน แต่จะอิงจากชื่อภาษาจีนของนักเรียน ถ้าใครชื่อยากมากจริงๆถึงจะตั้งชื่อที่ดูเข้ากับบุคลิกให้ คิดว่าการตั้งชื่อภาษาไทยนั้นน่าจะเป็นการดีกับนักเรียน เวลาเค้าไปเมืองไทย นักเรียนคนไทยเวลาเรียกจะได้

เรียกง่าย จำง่าย ไม่มีนักเรียนไทยคนไหนจำชื่อภาษาจีนครูได้หรอก แค่เรียกชื่อยังยากเลย
     อย่างที่บอกไป ก่อนเริ่มการเรียนการสอนโบว์จะต้องทำการบ้านอย่างหนัก เพื่อที่จะมั่นใจได้ว่าระหว่างที่สอนอยู่จะสามารถตอบคำถามของนักเรียนได้ เพราะบางคนก็ถามชนิดเรียกได้ว่า “ลองภูมิครู” อาทิเช่น “อาจารย์ และ คุณครู ต่างกันอย่างไร” หรือ “แล้วพบกันใหม่ และ แล้วเจอกันใหม่ ต่างกันอย่างไร” หรือ วางหนังสือตรงนี้ได้เลย คำว่า “เลย” หมายความว่าอย่างไร แปลว่าอะไรในภาษาจีน…ฯลฯ บางคำถามก็ยอมรับว่าเหนือความสามารถที่จะตอบได้จริงๆ
     โดยปกติการสอนของโบว์นั้นก็จะสอนโดยการอธิบายคำศัพท์ไปด้วยว่าคำศัพท์แต่ละคำมีความหมายว่าอย่างไร เมื่อนำมารวมกับอีกคำมีความหมายว่าอย่างไร ขณะเดียวกันก็จะพ่วงความหมายในภาษาจีนเข้าไปด้วย โชคดีที่ในภาษาไทยเรามีคำที่ตรงกับภาษาจีนหลายคำ จึงไม่ใช่เรื่องยากในการอธิบายศัพท์
     การเรียนการสอนของโบว์นั้นจะเริ่มจาก ตัวพยัญชนะ44ตัว สระในภาษาไทย การประสมคำ วรรณยุกต์ กฎต่างๆ เช่น สระอะ เมื่อมีเสียงตัวสะกด ต้องเปลี่ยนรูปเป็นไม้หันอากาศ  หลังจากนั้นจะเริ่มสอน ตัวสัญลักษณ์ต่างๆอาทิ ไม้ยมก ไปยาลน้อย ไปยาลใหญ่ เป็นต้น แกรมม่าในภาษาไทย และเข้าสู่บทเรียน ในบทเรียนก็จะประกอบไปด้วยแนะนำตัว การสอบถามข้อมูล ตัวเลขรวมไปถึงตัวเลขไทย การบอกเวลาในภาษาไทย คำศัพท์ที่ใช้ในการสอนหนังสือ อาหารไทย การสอบถามเส้นทาง สี เป็นต้น
     ปัญหาส่วนใหญ่ของนักเรียนจีนที่พบคือ จะเป็นปัญหาในเรื่องของการออกเสียงสำเนียงที่ถูกต้อง นักเรียนบางคนออกเสียง “ง” ไม่ได้ บางคนพูดคำว่า “หก” ไม่ได้ ตรงนี้เราก็ต้องหาวิธีแก้ แต่เรื่องวรรณยุกต์ 5 เสียง กลับไม่เป็นปัญหาเท่าไร อาจเป็นเพราะในภาษาจีนกลางมีวรรณยุกต์ 4เสียง และนักเรียนที่มาจากภาคใต้ของจีนจะออกเสียงได้ดีกว่านักเรียนที่มาจากภาคเหนือของประเทศ และนักเรียนที่พูดภาษากวางตุ้งได้จะออกเสียงภาษาไทยได้ค่อนข้างชัดเจน
     ด้วยความที่เวลามีจำกัด การเรียนแบบIntensiveให้ได้ผลที่สุดคือการทำการบ้าน แต่โบว์เข้าใจว่านักเรียนไม่ได้เรียนเฉพาะวิชาภาษาไทยอย่างเดียว ยังต้องเรียนวิชาอื่นๆอีกด้วย ฉะนั้นการให้การบ้านของโบว์ในแต่ละครั้งก็จะไม่เน้นที่ปริมาณแต่จะเน้นไปที่ความสามารถในการเอาไปใช้ได้จริง แต่ถึงกระนั้นนักเรียนก็ยังบ่นอยู่ดีว่าคุยกับเพื่อนห้องอื่น ห้องอื่นไม่แจกการบ้านเยอะเท่าห้องเรา O_O มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริงๆ ในเมื่อเรามีเวลาจำกัด สิ่งทีโบว์ทำได้ก็คือ ต้องพยายามให้กำลังใจนักเรียน และ พูดว่าในอนาคตของทุกคนเมื่อถึงประเทศไทยแล้วพวกเธอจะนึกขอบคุณการบ้านที่ครูให้ในวันนี้.. ในช่วงวีคสองวีคแรกเป็นวีคที่ทรมานมากทั้งครูผู้สอนและนักเรียน เพราะเป็นวีคที่อัดแต่แกรมม่า กฎ ฯลฯ เยอะมาก เด็กเรียนกันแทบมึน บางทีถามอะไรไปไม่มีตอบสนองกลับเลยก็มี สองสัปดาห์แรกเป็นอะไรที่นรกมากจริงๆ แต่เราก็บอกนักเรียนว่าเราจะผ่านมันไปให้ได้ 你加油,我加油,我们一起加油!
     ปกติการบ้านที่โบว์ให้นั้นก็จะเป็นการบ้านคัดซะส่วนใหญ่ พวกแบบฝึกหัดก็มีเหมือนกันส่วนใหญ่หาจากในอินเตอร์เน็ต แล้วก็ทำเองก็มีเหมือนกันอย่างพวกเวลา ตัวเลข หรือการประสมคำ อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าโบว์มีเทคนิคในการสอนค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับครูคนอื่น เพราะโบว์ไม่เคยสอนและไม่ได้เรียนคณะการสอน จึงต้องอาศัยประสบการณ์และความรู้สึกเมื่อครั้งที่เราเป็นนักเรียนเริ่มเรียนภาษาจีน หรือ ภาษาอังกฤษก็ดี ต้องใช้ความรู้สึกตรงนั้นมาช่วยในการสอน ช่วยในการเข้าใจความรู้สึกของผู้เรียนให้มากขึ้น ในขณะเดียวกันก็อย่าละทิ้งหน้าที่ของความเป็นครู ไม่ใช่เห็นนักเรียนไม่ได้ก็ไม่แจกการบ้านอะไรเลย แบบนั้นจะเป็นการทำร้ายนักเรียนซะมากกว่า
     ส่วนกิจกรรมในห้องส่วนใหญ่โบว์จะชอบเรียกนักเรียนให้อ่านประโยคและบทสนทนาทีละคน บางทีก็แยก A,B ตามบทสนทนา แต่ส่วนใหญ่จะเรียกให้อ่านทั้งหมดมากกว่า ให้เค้ามีความคุ้นเคยกับคำศัพท์ อ่านภาษาไทยไม่ได้ไม่เป็นไร แต่อย่างน้อยเมื่อพูดคำศัพท์หนึ่งขึ้นมาต้องรู้ว่าแปลว่าอะไร
      รูปข้างบนเป็นวีคสุดท้ายการเรียนก่อนจะสอบปลายภาค (มีสอบปลายภาค50คะแนน สอบโดยคุณครูท่านอื่นเพื่อป้องกันการเกิดBias) โดยวีคสุดท้ายโบว์ก็จะทบทวนบทเรียนทั้งหมดที่ได้เรียนมา รวมถึงทบทวนเนื้อหาที่จะสอบ และก็คาบสุดท้ายปล่อยฟรีให้นั่งดูหนังเรื่องรถไฟฟ้ามาหานะเธอ ท้ายคาบก็มาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกสักหน่อย แต่ก็ไม่วายสั่งการบ้านส่งท้ายให้วันสอบเอามาส่ง 555
     รูปส่วนใหญ่จะเป็นรูปที่นักเรียนแอบถ่าย แต่ชอบรูปนี้ที่สุด หน้าแบบจะฆ่านักเรียน ที่ฉันสอนไปเนี้ยเข้าใจมั้ยเนี้ย เข้าใจฉันมั้ย ตอบ! ตอบ !!!!!5555555
     หลังจากสอบปลายภาคเสร็จนักเรียนก็มีการจัดงานกินเลี้ยงเล็กๆกัน ซึ่งโดยรวมโบว์ค่อนข้างพอใจในผลคะแนนสอบของนักเรียน โดยก่อนการสอบโบว์ก็บอกนักเรียนไปว่าโบว์ไม่ได้คาดหวังว่านักเรียนจะต้องได้เต็ม แต่สิ่งที่ต้องการเห็นมากที่สุดคือ พัฒนาการ ของทุกคน ซึ่งโบว์พอใจกับคะแนนสอบในครั้งนี้มาก และมีคนสอบได้คะแนนเต็ม ซึ่งโบว์ขอยกความดีความชอบทั้งหมดให้แก่นักเรียน ด้วยเวลาที่จำกัดขนาดนี้ ถ้านักเรียนไม่ขยันจริงก็คงจะสอบได้คะแนนเต็มไม่ได้
     ช่วงท้ายของงานปาร์ตี้นักเรียนก็ทำเค้กมาให้ จริงๆซื้อมาแต่ออกแบบเอง บนหน้าเค้กเป็นรูปธงชาติไทย-จีน และข้อความ “ฉันรักคุณ” แต่เขียนผิด 55555 ส่วนด้านข้างของเค้กเขียนว่า “พูดช้าๆหน่อยได้ไหมคะ” แต่เขียนคาราโอเกะผิดอีก ควรหักคะแนนมั้ย 5555 นักเรียนจะชอบcomplainโบว์เรื่องที่ว่าพูดเร็ว ประโยคนี้จะเป็นประโยคเด็ดในห้อง นักเรียนจะชอบพูด “พูดช้าๆหน่อย” นักเรียนตามไม่ทัน บางทีเราก็ว่าเราพูดช้าแล้วนะ แต่นักเรียนบอกว่ายังเร็วไปอยู่ – –  นักเรียนบอกว่าโบว์เป็นครูที่เข้มงวดมาก (严格)ในเวลาเรียนเพราะเคยไล่นักเรียนออกจากห้อง โทษฐานที่คุยกันเสียงดังและนอนในห้องเรียนในขณะที่โบว์สอน แต่ละfriendlyมากเมื่อนอกเวลาเรียน… และนั้นเป็นภาพลักษณ์ของตัวโบว์เองที่ตั้งใจวางไว้ตั้งแต่สอนคาบแรก โบว์ไม่ชอบให้นักเรียนไม่ตั้งใจเรียนในห้องเรียน ไม่ชอบเห็นนักเรียนคุยกันเสียงดัง หัวเราะคิดคักในขณะที่โบว์กำลังตั้งใจสอน หรือคิดว่าตัวเองภาษาไทยดีกว่าเพื่อนเลยไม่ตั้งใจเรียน ไม่ชอบเห็นเพื่อนหัวเราะสำเนียงเพื่อนด้วยกัน และที่เกลียดที่สุดคือหลับในขณะที่โบว์สอน… โบว์อาจจะดุ แต่เผื่อประโยชน์ของนักเรียนเอง โบว์ดีใจที่นักเรียนเข้าใจ และหลังจากเหตุการณ์ที่ไล่นักเรียนออกไป นักเรียนกลับตั้งใจเรียนมากขึ้น และมีมารยาทในการเรียนมากขึ้น
     พิธีจบการศึกษา ขอใช้คำนี้แล้วกัน จริงๆมันคือพิธีรับใบประกาศการTrainingนั้นแหละ พอดีโบว์ไม่ได้ไปร่วมในพิธีด้วยนักเรียนเลยส่งรูปภาพมาให้ดูแทน
     โดยสรุปแล้วการสอนภาษาไทยของโบว์ในครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีในต่างแดน นอกจากจะมาเรียนแล้ว ยังสามารถนำความรู้ที่มีติดตัวมาแต่เกิดมาแบ่งเป็นวิทยาทานได้อีกด้วย ถึงแม้การเรียนการสอนจะขรุขระไปบ้าง เพราะว่าเทอมนี้โบว์ก็ต้องสอบProposal เขียนวิทยานิพนธ์เช่นเดียวกัน มีช่วงเวลาที่ไม่อยากสอน มีช่วงเวลาที่ไม่มีสมาธิ แต่ทุกอย่างก็ผ่านมาได้ด้วยดี จนกระทั้งตอนนี้ผ่านพ้นไปหมดแล้ว สอนภาษาไทยจบแล้ว สอบproposalผ่านแล้ว ช่วงเวลานี้ก็ถือเป็นช่วงเวลาพักผ่อนก่อนที่จะเริ่มเขียนวิทยานิพนธ์อย่างจริงจังๆสักที  : )
Phoebe Hung
Beijing, PRC
Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s