รายละเอียดและขั้นตอนการขอทุนรัฐบาลจีนCSC (ย้ายบล็อกมาจากBloggang)

ย้ายบล็อกมาจากบล็อกเดิมที่Bloggang นะคะ ตอนนี้มีบล็อกเดียวคือที่นี้ค่ะ ขอบคุณที่ให้การสนับสนุน ตามมาอ่านต่อที่Wordpress นะคะ

เนื้อหาที่เขียน เขียนไว้เมื่อปี2012 เนื้อหาในบล็อกนี้คือเป็นเนื้อหาที่เกิดขึ้นเมื่อปี2012 ในปัจจุบันอาจมีการเปลี่ยนแปลงแล้วนะคะ ^^

HELLO !

สวัสดีค่ะ จากที่บอกไว้ในentryที่แล้วว่าentryนี้จะเขียนเกี่ยวกับรายละเอียดการขอทุนรัฐบาลจีน รวมถึงขั้นตอนในการเตรียมเอกสารต่างๆเพื่อใช้ยื่นสมัครทุนรัฐบาลจีน โดยในการเขียนครั้งนี้จะยึดจากประสบการณ์ในการขอทุนของเราเป็นหลักนะค่ะ ซึ่งแต่ละคนก็มีวิธีการเขียนเอกสาร หรือการนำเสนอเอกสารของตัวเองแตกต่างกันไป แต่ยังไงก็น่าจะนำมาประยุกต์กันได้ หวังว่าเนื้อหาที่เราจะอธิบายต่อไปนี้จะเป็นประโยชน์ต่อคนที่สนใจในประเทศจีน และสนใจไปศึกษาที่ประเทศจีนไม่มากก็น้อยนะค่ะ 🙂
PS. ถ้าตัดสินใจที่จะสมัครทุนรัฐบาลจีนแล้ว ต้องขอบอกก่อนว่าการขอทุนรัฐบาลจีนเป็นบททดสอบความอดทนชั้นเลิศ ขั้นตอนต่างๆตั้งแต่หาข้อมูล ยื่นใบสมัครและเอกสาร ไปจนถึงขั้นตอนท้ายๆหลังได้ทุนแล้ว การตรวจร่างกาย ทำvisa ฯลฯ เราต้องทำเองนะค่ะ จะไม่สบายเหมือนคนที่ไปศึกษาต่อด้วยทุนส่วนตัวแล้วมี agency ทำให้ ทุกอย่างไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินความสามารถอย่างแน่นอน ^^
1. บทเกริ่นนำ :
* CSC คืออะไร ?CSC ย่อมาจาก China Scholarship Council คือเป็นองค์การสำหรับมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนต่างชาติจากทั่วทุกมุมโลกเพื่อมาศึกษาต่อยังประเทศจีน เป็นองค์กรที่อยู่ภายใต้การดูแลและกำกับของกระทรวงศึกษาธิการจีน

โดยทุนที่ทาง CSC จะมอบให้ก็มีหลายระดับด้วยกัน อาทิเช่น ทุนระดับปริญญาตรี – โท – เอก, ทุนเรียนภาษา 1 ปี, ทุนวิจัย ฯลฯ เป็นต้น
* ประเภทของทุนรัฐบาลมีอะไรบ้าง ?
ทุนรัฐบาลที่จะมอบให้แก่นักเรียนต่างชาติมีหลายทุนมาก แต่เท่าที่เรารู้ก็จะมี
1.ทุนรัฐบาล (CSC) โดยตรงเลย อันนี้ต้องสมัครผ่านมหาลัย โดยมหาลัยจะเป็นผู้พิจารณาแล้วก็เรื่องผู้ที่สมควรได้ทุน(Candidate)ตามจำนวนโควต้าที่มหาลัยได้ แล้วก็ส่งเรื่องไปยัง CSC พิจารณาคัดเลือกอีกทีหนึ่งค่ะ final result ถึงจะออกมาได้
2.ทุนขงจื้อ (Hanban) อันนี้เป็นทุนด้านการสอนค่ะ ผู้เรียนจะต้องเรียนคณะการสอนภาษาจีนเท่านั้น และจะต้องใช้ทุนโดยการเป็นอาจารย์สอนภาษาจีนด้วย แต่กี่ปีไม่ทราบเหมือนกัน ไม่แน่ใจว่าต้อง5ปีรึเปล่า เป็นทุนที่คัดโหดมากผู้สมัครจะต้องมี HSK ระดับ6 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด และเมื่อได้ทุนมาเรียนแล้วจะต้องรักษาผลการเรียนให้อยู่ในเกณฑ์ที่เค้ากำหนด ถ้าไม่ถึงก็จะโดนตัดทุนค่ะ3.ทุน AUN >> เป็นทุนที่ทางรัฐบาลจีนมอบให้ผ่านองค์กรAsean อ่ะค่ะ คือผู้ที่จะได้ทุนนี้จะต้องเป็นผู้ที่พำนักพักพิง พูดง่ายๆคือต้องเป็นคนที่อยู่ในอาเซียนอย่างเราๆเท่านั้น สู้กันเองกับเพื่อนบ้านเราว่าใครจะได้ทุนไป โดยแต่ละปีก็น่าจะมีประมาณ 20 ทุนได้ค่ะ แต่คนสมัครก็มโหฬารเหมือนๆกัน โดยสำนักงานใหญ่ของ AUN อยู่ที่อาคารจามจุรี 1 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ค่ะ เราสบายมากเลยค่ะ เดินไป 2 ก้าวถึงตึก ฮ่าๆๆๆ

* ทุนอื่นๆ ?
 
ถามว่านอกจากทุนรัฐบาลที่กล่าวไปข้างต้น (คือทุนรัฐบาลส่วนกลางนะค่ะ) มีทุนอื่นๆอีกมั้ย ก็จะตอบว่ามีค่ะ ปกติแล้วแต่ละมหาลัยก็จะมีทุนมหาลัย หรือ ทุนของรัฐบาลท้องถิ่นให้กับนักเรียนต่างชาติอยู่แล้วนะค่ะ อาทิเช่น อย่างมหาลัย Xiamen Daxue ก็จะมีทั้งทุนมหาลัยเอง และ ทุนรัฐบาลท้องถิ่นมณฑลFujian ก็แล้วแต่เราค่ะว่าอยากจะสมัครทุนไหน แต่โดยส่วนใหญ่เค้าก็สมัครเหวี่ยงแหกันทั้งนั้น คือสมัครมันทุกอันเลยค่ะ ฮ่าๆๆๆ แต่บางคนก็สมัครทุนcscอย่างเดียวแล้วไม่ได้ แต่มหาลัยก็ใจดี offerทุนมหาลัย ให้แทนก็มีน่าค่ะ
ถามว่าทุนcsc ทุนมหาลัย และทุนรัฐบาลท้องถิ่น แตกต่างกันมั้ย จริงๆแล้วก็ไม่ต่างกันมากเท่าไหร่ มีทุนทั้งแบบที่เป็น Full scholarship และ Partial Scholarship เหมือนกัน เพียงแต่ว่า Living allowance จะต่างกันเท่านั้นเองค่ะ ถ้าเกิดอยู่ในเมืองเล็กหน่อย ค่าครองชีพก็จะถูกกว่าเมืองใหญ่ๆอย่างปักกิ่ง หรือ เซี่ยงไฮ้
* ทุนcscมีกี่ประเภท ครอบคลุมค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ?
ทุนcsc แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ทุนเต็มจำนวน (Full Scholarship) และ ทุนให้บางส่วน (Partial Scholarship)
ทุนเต็มจำนวนจะครอบคลุมค่าใช้จ่าย ดังนี้
– Registration fee
– Tuition fee
– Laboratory experiment fee
– Internship fee
– Basic learning materials fee
– Free for accommodation on campus
– Living allowance (1,700 RMB for Master’s degree students, 2,000 RMB for Ph.D students)
– One-off settlement subsidy after registration
– Outpatient medical service, Comprehensive Medical Insurance and Benefit Plan for International student in China
– One-off inter-city travel subsidy
ทุนบางส่วนจะได้เหมือนกับทุนเต็มจำนวน ยกเว้น One-off settlement subsidy และ One-off inter-city travel subsidy
โดยเมื่อเดินทางถึงมหาลัยครั้งแรกจะได้รับเงินห้อนแรก 1,500RMB ซึ่งอยู่นอกเหนือจากเงินเดือนอีกด้วย 🙂
2. ขั้นเตรียมตัว :
 
* หาข้อมูลมหาวิทยาลัย และ สาขาที่จะไปศึกษาต่อ
 
ก่อนอื่นต้องmake sure กับตัวเองก่อนว่าตั้งใจจะไปศึกษาต่อที่ประเทศจีนจริงๆรึเปล่า เพราะว่าต้องบอกก่อนว่าการสมัครทุนรัฐบาลจีนนั้นต้องใช้ความอดทนและความพยายามอย่างมาก เพราะจะต้องดำเนินการเองทุกขั้นตอน จะไม่สบายเหมือนคนที่มาด้วยทุนส่วนตัวที่มีagency คอยดำเนินการให้ การสมัครทุนรัฐบาลต้องใช้ทั้งความอดทนในการทำเอกสาร ความอดทนในการรอ รอ รอ รอ และ รอ
ซึ่งถ้าต้องการมาสมัครเล่นๆ แล้วเกิดได้ขึ้นได้ แล้วไม่เอา ก็จะเป็นการตัดโอกาสคนอื่นที่เค้าตั้งใจจริงด้วย ทำแบบนี้ไม่ดีแน่ และบาปกรรม ดังนั้นเราจึงอยากให้ถามตัวเองก่อนว่าตั้งใจมาเรียนจริงๆใช่มั้ย
หลังจากที่make sure แล้วว่าจะมาเรียนต่อจริงๆก็ดำเนินการได้ โดยเริ่มจากการหาข้อมูลก่อนว่าในประเทศจีนมีมหาลัยอะไรบ้าง โดยสามารถเข้าไปดูได้ที่ http://en.csc.edu.cn/ ในนั้นจะมีบอกหมดว่ามีหมาลัยอะไรบ้าง โด่งดังทางด้านไหน หรือจะใช้วิธีหาranking จากgoogle ก็ได้ แต่เราจะบอกว่าจริงๆแล้วมหาลัยไหนๆก็เรียนยากทั้งนั้นแหละ rankingสูงนั้นหมายความว่ามหาลัยนั้นๆในปีนั้นๆมีการผลิตผลงานวิจัยออกมามากนั้นเอง
จากนั้นเมื่อได้มหาลัยที่ต้องการแล้วก็ดูว่ามหาลัยเปิดสอนคณะ หรือ สาขาวิชาอะไรให้แก่นักเรียนต่างชาติบ้าง มหาลัยส่วนใหญ่ของจีนจะมีสอนทั้งที่เป็น Chinese Taught program และ English Taught program ให้แก่นักเรียนต่างชาติ แต่จริงๆแล้ว แนะนำว่าถ้าใครพอมีความรู้ทางด้านภาษาจีนบ้างควรดูwebsite ของมหาลัยที่เป็นversionภาษาจีนนะ เพราะมันจะupdateกว่า versionภาษษอังกฤษเยอะเลย และข่าวสารส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่ในversionภาษาจีนทั้งนั้น ฮ่าๆๆๆ
* ตรวจสอบวันเปิด-ปิดรับสมัคร
 
เมื่อได้ข้อมูลมหาลัยแล้ว สาขาที่จะไปศึกษาต่อแล้ว ต่อไปนี้เราก็ต้องคอยเช็กว่ามหาลัยจะเปิดรับสมัครทุนรัฐบาลเมื่อไหร่ โดยส่วนใหญ่จะเปิดรับสมัครช่วงเดือนตุลาคม – เมษายน ไม่เกินนี้แน่นอน โดยมหาลัยที่เปิด-ปิดรับสมัครเร็วที่สุดคือ Nanjing University ปิดรับสมัครตั้งแต่ 15 ธันวาคม ซึ่งมหาลัยดังๆส่วนใหญ่ก็จะเปิดปิดรับสมัครเร็วมาก อย่างUที่เราได้ทุน Beijing Normal University ก็ปิดรับสมัครตั้งแต่ 1 มีนาคมแน่ะ เร็วมาก แต่บางมหาลัยที่ใหญ่ๆอย่าง Zhejiang University หรือ Renmin University ปิดรับสมัครทุนช่วงเดือนเมษายนก็มีเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราต้องเช็กดีๆ
* เตรียมพร้อมเอกสาร และ ผลสอบHSK
 
ขอพูดถึงผลสอบ HSK ก่อน เนื่องจากเป็นที่หนักอกหนักใจของคนไทยที่ไม่เคยสอบ หรอ สอบแล้วไม่ผ่านบ้าง เราจะบอกว่าทุนcscนี้ไม่ได้กำหนดว่าผู้สมัครจะต้องมีผลสอบHSK คือไม่มีพื้นฐานก็สมัครขอทุนได้ และเราก็เห็นคนที่ไม่มีพื้นจีนได้ทุนนี้กันเยอะแยะ เพียงแต่ตอนสมัครต้องติ๊กว่าขอเรียนภาษาจีน 1 ปี ทางรัฐบาลก็จะมีทุนให้เราเรียนภาษาจีนก่อน 1 ปี ก่อนขึ้นcollege ไปเรียนระดับ degree ต่อไป
ถามว่าHSK มีผลต่อการสมัครทุนหรือไม่ อันนี้เราว่าแล้วแต่มหาลัยนะ บางมหาลัยเค้าก็ไม่ซีเรียส ไม่มีพื้นฐานเค้าก็ให้ไปเรียนปรับพื้นฐานภาษาก่อน 1 ปี แต่บางยูก็ซีเรียส ขนาดได้ HSK ระดับ5-6 ก็ยังต้องไปเรียนภาษาเพราะว่าการเรียนระดับดีกรีในประเทศจีนค่อนข้างยากมาก แล้วยิ่งถ้าสมัครแบบChinese Taught Porgram ด้วยล่ะก็ ความรู้พื้นฐานภาษาจีนมีความสำคัญมาก อย่างเราก็สอบHSKผ่านแล้วแต่ก็ต้องเรียนภาษาเหมือนกัน เราว่าดีซะอีกเสียเวลาไป 1ปีก็จริงๆแต่ภาษาจีนเราก็จะแข็งแรงมาก น่าจะมากพอที่จะเรียนในห้องเรียนร่วมกับคนจีนได้
ส่วนเรื่องเอกสารต่างๆ ในกำหนดการรับสมัครของแต่ละมหาลัยจะบอกอยู่แล้วว่าต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง ซึ่งเด่วเราจะบอกในหัวข้อถัดไป…
* ตรวจร่างกาย
 
เป็นกฎข้อบังคับอยู่แล้วว่าเราจะต้องมีผลการตรวจร่างกายจากโรงพยาบาลยื่นไปพร้อมๆกับใบสมัคร ซึ่งแบบฟอร์มสามารถโหลดได้จาก http://en.csc.edu.cn/ ตอนเราสมัคร เราไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลจุฬาฯเพราะว่าเราเห็นหมาลัยในจีนหลายๆที่รองรับผลการตรวจจากรพ.จุฬาฯ แต่ก็แล้วแต่เพื่อนๆนะ ถ้าให้แนะนำตรวจโรงพยาบาลของรัฐก็น่าจะชัวร์ว่าไม่มีปัญหาจ้า
* ยื่นใบสมัคร
 
เมื่อเอกสารต่างๆครบแล้ว แนะนำว่าให้ทำcheck list เพราะเอกสารเยอะมาก ยิ่งใครสมัครหลายมอ จะวุ่นวายมาก แนะนำให้ทำเลยค่ะจะได้ไม่งง แล้วก็เวลาเรียงเอกสารควรทำให้เป็นระเบียบนะ อย่าสักแต่ว่าใส่ๆเอกสารลงไปในซอง ฮ่าๆๆ
ส่วนการส่งเอกสาร แน่นอนควรจะส่งทางไปรษณีย์นะ ก็ขึ้นอยู่ว่าวันที่เราส่งเอกสารใกล้วันรับสมัครแค่ไหน โดยระยะเวลาจากเมืองไทย ไป จีน ถ้าส่งปกติไม่ใช่ EMS จะใช้เวลาประมาณ 2 อาทิตย์ แต่ถ้าเป็นEMS จะใช้เวลาประมาณ 4-7 วันค่ะ ขึ้นอยู่กับมณฑลด้วยนะ โดยค่าใช้จ่ายEMS 100กรัมแรก ราคา480 ค่ะ
ช่วงที่เราส่งเอกสารไปแล้วก็หมั่นเช็กในwebsite ของไปรษณีย์บ่อยๆนะค่ะเพื่ออัพเดทว่าเอกสารของเราถึงไหนแล้ว เมื่อถึงมหาลัยแล้วก็ควรจะเมลล์ถามเจ้าหน้าที่ที่นั่นนะค่ะว่าได้รับเอกสารของเรารึยัง เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดค่ะ
3. เอกสารสำคัญประกอบการสมัครทุน :
 
อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าเอกสารประกอบการสมัครค่อนข้างเยอะ และแต่ละอย่างต้องใช้ความพยายาม และ ความอดทนอย่างมาก ซึ่งเอกสารโดยหลักๆที่ต้องยื่นไปด้วย นอกจากใบสมัครที่เราต้องกรอกออนไลน์และปริ้นจากwebsite laihua.csc.edu.cn แล้ว มีดังนี้ (สามารถเขียนได้ทั้งภาษาจีนและภาษาอังกฤษ)
3.1. Passport >> ใครpassport มีอายุไม่ถึง 6 เดือนก็ควรไปทำนะค่ะ ป้องกันการความวุ่นวายที่จะตามมาถ้าเกิดได้ทุนแล้วต้องเดินทาง ส่วนใครไม่มีก็ควรไปทำไว้เลยคะ เพราะมันต้องใช้แน่ๆ
3.2. Statement of Purpose or Personal Statement >>เรียกสั้นๆว่า SOP แต่ละมหาลัยอาจใช้คำไม่เหมือนกัน แต่จริงๆมันคืออันเดียวกันนะค่ะ โดยSOPมันเหมือนเป็นจดหมายที่เราเขียนให้เค้ารู้ว่าเราเป็นใคร ต้องการมาเรียนอะไร คาดหวังอะไรจากการเรียน ในอนาคตวางแผนไว้ยังไง โดยปกติSOP ควรมีความยาวประมาณ หน้า ถึง หน้าครึ่งนะค่ะ เพราะว่าอย่างที่บอกคนสมัครทุนเยอะมาก ถ้าเราเป็นคนพิจารณาก็คงไม่มีเวลามานั่งSOPความยาวหลายๆหน้าแน่ๆค่ะ ฮ่าๆๆ
บางมหาลัยก็จะกำหนดหัวข้อมาเลยนะว่าในSOP จะต้องเขียนครอบคลุมเรื่องอะไรบ้าง บางมหาลัยก็กำหนดความยาว ส่วนใหญ่ความยาวไม่เกิน1,000ตัวอักษร และบางมหาลัยก็มีformให้เลยค่ะ พิมพ์ให้อยู่ในformของเค้า
ปล. ไม่ควรส่งsopอันแรกที่เขียนไปนะค่ะ ควรฝึกเขียนsopหลายๆรอบ เขียนแล้วอ่านทวน เขียนแล้วอ่านซ้ำ ทำจนกว่าจะพอใจอ่ะค่ะ เราก็จะได้sopที่ดีที่สุด ตอนเราทำ เราอ่านทวนไปหลายสิบรอบมาก แก้ไปไม่รู้กี่ร้อยรอบ อาศัยช่วงน้ำท่วมบ้านออกไปไหนไม่ได้ ติดเกาะอยู่ชั้น2 นั่งเขียนsop กับ study plan ทั้งวันทั้งคืนเลย
ปล2. ตัวอย่างsop มีเยอะแยะในinternet นะค่ะ สามารถหาอ่านได้ แต่แนะนำว่าไม่ควรcopyมานะ เพราะว่าอาจารย์อ่านแล้วรู้แน่ๆ ควรเขียนเป็นสำนวนของตัวเองนะ เขียนให้คนอ่าน อ่านแล้วรับรู้ถึงความเป็นตัวเราอ่ะค่ะ
3.3. Study Plan >> อันนี้เรายอมรับว่าไม่ค่อยมีความรู้ทางด้านการเขียน Study Plan หาข้อมูลในเน็ตแล้วก็ยังไม่เข้าใจ จากที่อ่านบทความของ tomimoto ที่เขียนไว้ดีมากๆ
(เราไม่มีHost upload fileอ่ะค่ะ สามารถsearchหาดูในgoogleได้นะ เป็นคัมภีร์ในตำนานค่ะ ไม่มีเด็กcscคนไหนไม่รู้จัก ฮ่าๆๆ แต่ถ้าหาไม่เจอจริงๆ ทิ้งเมลล์ไว้นะค่ะ เด่วจะส่งเข้าเมลล์ให้ค่ะ)
โดยคุณtomimoto ได้ทำเป็น Research Proposal แทน ซึ่งถ้าใครจะไปเรียนต่อด้านสายวิทย์ หรือ วิศวะก็ควรจะทำเป็น Research Proposal ไปนะค่ะ แต่เนื่องจากเราเรียนป.ตรีสายวิทย์ เรียน4ปีในจุฬาฯก็ทำวิจัย และ baby thesis มาพอสมควร ถนัดที่จะเขียนเป็นproposal มากกว่า ก็เลยทำเป็น Proposal for my plan of research ไปแทนค่ะ โดยคุณTomimoto กล่าวว่าเราควรจะเขียนเสนอหัวข้อวิจัยที่เป็นแนวๆที่เราเคยเรียน หรือ เคยทำงานมา เราเห็นด้วยนะค่ะ เพราะเราจะมีความรู้ในเรื่องนั้นๆที่สุด อีกอย่างเราเสริมว่าถ้าเป็นไปได้ควรจะเขียนวิจัยในลักษณะที่มีความเชื่อมโยงกันระหว่าง2ประเทศ ประมาณว่า เราทำวิจัยเรื่องนี้ทั้งไทย และ จีน ก็ได้ประโยชน์ร่วมกันเป็นต้น (ถึงแม้ลิขสิทธิ์ผลงานวิจัยของเรา กรณีถ้าได้approved จะต้องตกเป็นของจีนก็เถอะนะ ฮ่าๆๆ)
กรณีของเรา ตอนแรกก็สับสนอยู่ว่าจะทำgarment ซึ่งเป็นธุรกิจของที่บ้าน หรือจะทำนันทนาการ ซึ่งเป็นmajorที่เรียนมาดี แต่คิดไปคิดมาทำRecreational business น่าจะมีความรู้มากกว่าgarment เพราะเป็นสิ่งที่ได้เรียนมา เราก็เลยตัดสินใจที่จะยื่น proposal ไป2เรื่องเผื่อเข้าตาอาจารย์สักอันน่ะ ฮ่าๆ
1.) A feasibility study of establishing spa business inChina
2.) Business plan for Thai spa service in China
ที่ตัดสินใจทำเกี่ยวกับ Spa and Thai Massage ก็เพราะว่ารู้มาว่าสปาไทยกับนวดแผนไทย มีชื่อเสียงมากในจีน ประกอบกับจีนก็มีเทคนิคการบำบัดโดยธรรมชาติแบบหยินหยาง ไทยเราก็มีสมุนไพรต่างๆให้เลือกใช้สอยอย่างมากมาย เราคิดว่าน่าจะนำมาผสมผสานกันได้ ก็เลยออกมาเป็นหัวข้อวิจัย 2 เรื่องนี้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นพอถึงเวลาทำจริงๆก็อาจจะต้องมีการปรับเปลื่ยนกันอีกที
ปล. ควรเข้าไปหาข้อมูลจากwebsite คณะที่เราจะapplyว่าคณะนั้นมีอาจารย์กี่ท่าน เข้าไปดูประวัติอาจารย์ว่าอาจารย์เคยทำวิจัยเรื่องอะไร ตรงกับที่เราอยากทำมั้ย เพราะอาจารย์เหล่านั้นแหละทีเป็นคนพิจารณาเอกสารของเรา และจะเป็นว่าที่supervisor หรือ อาจารย์ที่ปรึกษาวิจัยเราในอนาคต ถ้าเราได้ทุน
3.4. Recommendation Letters >> เป็นอะไรที่ใช้เวลานานมาก และอดทนอย่างถึงที่สุด ฮ่าๆๆ เพราะทางจีนเค้าrequire อาจารย์ที่เป็น รศ. ขึ้นไป ซึ่งในบางมหาลัย หรือบางคณะหา รศ. 1 คนก็ยากพอแล้ว แต่นี้ขอ 2 คนนะจ๊ะ ก็ต้องหากันไป โชคดีคณะเรามี ฮ่าๆๆๆ ประกอบกับอาจารย์แต่ละท่านก็ค่อยข้างใจดีมาก เมตตาเรามาก เราก็เลยไม่ค่อยมีปัญหากับการขอจดหมายรับรองเท่าไหร่ แต่ถามว่าต้องใช้เวลา วิ่งไปวิ่งมามั้ย บอกได้เลยว่ามีเหมือนกัน แต่พอได้จดหมายมาครบก็อุ่นใจนะ
ปล. ควรให้อาจารย์ที่เราสนิทเขียนด้วย อย่างเรามีอาจารย์ท่านหนึ่งสนิทกันพอสมควร อาจารย์ไม่ได้เป็นรศ. หรือ ศ. แต่อาจารย์คือคนที่รู้จักเราดีที่สุด เราก็เลยรบกวนเวลาอาจารย์ช่วยเขียนจดหมายให้เราหน่อย ซึ่งเราคิดว่าจดหมายจากอาจารย์เป็นkey สำคัญที่จะทำให้มหาลัยที่เรายื่นไปรู้ว่าเราเป็นนักเรียนประเภทใด แบบไหน เป็นต้น
*ส่วน Additional Documents ที่ควรจะมี
(จะทำ หรือ ไม่ทำก็ได้ มหาลัยไม่ได้กำหนด แต่เราเสริมเองเพื่อให้สร้างcredit ให้ตัวเอง และความเป็นระเบียบของเอกสาร) ได้แก่
– Statement of educational biography
– Curriculum Vitae (CV)
– List of documents (ใบปะหน้าให้เค้ารู้ว่าในซองจดหมายมีเอกสารอะไรบ้าง)
– Cover Letter
– Abstract วิจัย หรือ thesis ที่เราเคยทำ
4. สภาพหลังจากยื่นใบสมัครไปแล้ว
 
หลังจากยื่นใบสมัครไปแล้ว ก็เป็นช่วงที่ทำอะไรไม่ได้แล้ว สวดมนต์ ภาวนา แล้วก็รอๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อย่างเดียว เพราะกว่าจะประกาศผล “นาน มวากกกก”
โดยprocess ของการพิจารณทุนจะเป็น ดังนี้
เอกสารมาที่ iso > ส่งไปยังคณะที่เราสมัคร > อาจารย์พิจารณาเอกสาร > ส่งกลับมายังiso > isoส่งเมลล์แจ้งข่าวดีแก่เรา ให้เราconfirmว่าจะเอาทุนมั้ย > ส่งเรื่องไปยัง csc > csc พิจารณาอนุมัติทุน > iso ส่งเอกสาร admission notice และ jw มาที่บ้านเรา เป็นอันจบสิ้นพิธีการ !
ซึ่งprocess ข้างบนนี้ใช้เวลานานมากกกก ไอ้คนรอมันก็ว่านานอยู่แล้วล่ะ จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว อย่างของเรารวมระยะเวลาตั้งแต่เริ่มเตรียมเอกสาร จนถึงวันที่เอกสารมาถึงบ้าน ก็รอร่วมครึ่งปีได้ ! ไม่คิดเลยว่าเราจะอดทนกับอะไรได้มากขนาดนี้ จริงๆ
5. ประเภทของใบ jw :
 
แลดูจะมีปัญหาเยอะมากสำหรับใบ jw เป็นใบสำคัญมากเพราะใบนี้เป็นใบที่ออกโดยcsc ให้เราเอาใบนี้ไปทำvisa ที่สถานฑูตจีน อยู่แถวรัชดา ใบ jw มี2 แบบ คือ
JW 201 > อันนี้สำหรับนักเรียนที่ได้รับการอนุมัติทุนแล้วจากรัฐบาลจีน เท่านั้น
JW 202 > อันนี้สำหรับนักเรียนที่ได้รับทุนอื่นๆที่ไม่ใช่ทุน csc หรือ เป็นนักเรียนที่ทางมหาลัยตอบรับให้เข้าเรียน อาจได้ทุน หรือ ไม่ได้ก็ได้ จ้า
6. เมื่อได้รับเอกสารจากทางมหาลัยแล้ว ทำอะไรต่อ ? :
 
อึ้งจ่ะ ! เราอึ้งก่อนเลย ทำอะไรไม่ถูก ฮ่าๆๆๆ งงกับตัวเองไป 2 วัน ได้สติค่อยมานั่งนึกควรทำอะไรต่อไป แหะๆ ก่อนอื่นเราควรจะส่งเมลล์ หรือ โทรศัพท์ข้ามประเทศไปเลยค่ะ โทรไปขอบคุณอาจารย์ หรือ เจ้าหน้าที่ที่คอบดำเนินการเรื่องของเรา ถ้าไม่มีเค้าคนนี้ เราก็คงจะไม่ได้ทุนเหมือนกันนะค่ะ แหงล่ะ ไม่มีคนเดินเอกสารไปมาระหว่างมหาลัย กับ csc นะค่ะ
หลังจากนั้นก็ไปเอาเอกสารรับรองการจบการศึกษาและ transcript จากมหาลัยที่จบ บางคนทำงานงานแล้ว จบแล้ว ก็หาเอกสารเหล่านี้ไว้ด้วยค่ะ ใครที่ตรวจสุขภาพตั้งแต่ตอนสมัครแล้วนับไปจนถึงเดือนกันยายนเกิน6เดือนแล้ว ต้องไปตรวจใหม่นะค่ะ หลังจากนั้นก็ไปทำ visa ที่สถานฑูต ซื้อตั๋วเครื่องบิน (แนะนำ ตั๋วนักเรียน จะได้น้ำหนักกระเป๋าเพิ่ม) จัดกระเป๋า เตรียมเอกสารสำคัฐ กินเลี้ยงอำลา แล้ว บินโลด!
7. เอกสารสำคัญต่างๆที่ต้องเตรียมไป ห้ามลืมเด็ดขาด ! :
 
* passports (Original and photocopies)
* Admission Notice (Original and photocopies)
* JW 201 (Original and photocopies)
* physical examination and blood test report (Original and photocopies)
* X-Ray
* VISA X
* Transcript (Original and photocopies)
* ใบรับรองการจบการศึกษา (Original and photocopies)
* Graduated Diploma (Original and hardcopy)
* Passport size photos
ps. ควรทำสำเนาไปเยอะหน่อยนะค่ะ เผื่อมีปัญหาอะไรจะได้ไม่ต้องวิ่งหาร้านซีรอกซ์ที่นู้นนะ
จบแล้ว !!!! หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคนที่สนใจในทุนนี้บ้างเนอะ ยังไงก็ใครมีข้อสงสัยอะไรถามเราได้เลยนะค่ะ ยินดีตอบทุกคำถาม ทิ้งคอมเม้นไว้นะค่ะเด่วกลับมาตอบเน้ออออ
อยากให้คนไทยได้ทุนเยอะๆ รู้ภาษาจีนไว้อนาคตสดใสแน่นอน อย่างน้อยคนจีนก็อยู่ทั่วทุกมุมโลก เราไปที่ไหนรู้ภาษาจีนไว้ยังไงก็ไม่อดตายแน่ๆ
ขอให้ทุกคนที่กำลังจะไปเรียนต่อ หรือใครก็ตามที่ตั้งใจจะสมัครทุนในปี2013 หรือ ปีถัดๆไป โชคดีมีชัยทุกคน นะค่ะ
แล้วentry หน้า หรือ หน้าๆ จะมาเขียนว่าเราจะต้องเตรียมตัวอะไรยังไงบ้าง เช่นการจัดกระเป๋าเป็นต้น คือมีปัญหากับตัวเองเรื่องนี้เหมือนกัน ตอนนี้ขอไปรวบรวมข้อมูลก่อน ฮ่าๆๆๆ
ขอcopy คำพูดของคุณฮิโระหน่อยนะ ชอบจัง
“ขอให้พรุ่งนี้ฟ้าเป็นใจแก่เราด้วย”
Phoebe Hung
Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s