5 steps renting an apartment in China

IMG_20140220_142317

การหาบ้านในเมืองจีนถือเป็นเรื่องที่ท้าทายมากสำหรับคนต่างชาติ เนื่องจากการเช่าบ้านในเมืองจีนโดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ นับวันจะยิ่งมีการแข่งขันสูงขึ้นเรื่อยๆ ค่าเช่าบ้านก็สูงขึ้นเรื่อยๆ เอนเจนซี่หาบ้านและเจ้าของบ้านก็เคี่ยวขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน

ทำไมบ้านในเมืองจีนถึงมีค่าเช่าแพง?

ในโพสต์นี้เราจะไม่พูดถึงการซื้อบ้านในเมืองจีน เนื่องจากราคาบ้านที่แพงเกินความเป็นจริงและคนต่างชาติไม่มีสิทธิ์ซื้อบ้านในจีนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นไม่มีประโยชน์ทีจะพูดถึง อย่างไรก็ดีเป็นอันทราบกันดีในหมู่คนต่างชาติที่อาศัยและทำงานอยู่ในประเทศนี้ว่าค่าเช่าบ้านโดยเฉพาะปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้นั้นเป็นค่าใช้จ่ายFixed Cost ที่สูงมาก บางคนแค่ราคาค่าเช่าต่อเดือนก็ปาเข้าไปเกือบ50%ของเงินเดือนแล้ว นี้ยังไม่รวมค่าน้ำค่าไฟ และค่าจิปาถะอื่นๆอีก ทีนี้หลายคนก็คงสงสัยว่าทำไมบ้านในจีนแพงจัง สาเหตุหลักๆมาจาก (อันนี้ขอพูดเฉพาะปักกิ่งนะ)

1. ที่จีนใช้ระบบโรงเรียนใกล้บ้าน เกิดที่ไหนให้เรียนในโรงเรียนที่เขตนั้นไม่สามารถเรียนข้ามเขตได้ ดังนั้นโรงเรียนที่ดีที่สุดของเมืองอยู่ในเขตไหน เขตนั้นที่แพง บ้านแพง เช่น ในปักกิ่ง โรงเรียนที่ดีที่สุดของประเทศอยู่เขตHaidian เพราะฉะนั้นบ้านในเขตHaidianก็จะแพงมากมากถึงมากที่สุด ว่ากันว่าใครเป็นเจ้าของบ้านแถวนั้นแค่ปล่อยให้เช่าก็กินสบายแล้ว Landlordบางคนถึงขั้นตีห้องกั้นห้องเพิ่มเพื่อให้คนมาเช่าเยอะๆ กินสบายเดือนละหลายหมื่นหยวน
2. ย่านCBD (Central Business District) ย่านDowntown ย่านความเจริญ ที่แพง บ้านแพงเป็นเรื่องที่เข้าใจกันได้ อย่างที่ปักกิ่งย่านCBD ในเขตChaoyang บ้านจะมีราคาแพงมาก แค่ค่าเช่าก็เกือบๆเหยียบหมื่นแล้ว

อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่าการหาบ้านที่จีนเป็นเรื่องที่ลำบากที่สุดและโดนโกงง่ายมากที่สุด ดังนั้นบล็อกนี้มีจุดประสงค์คือต้องการเป็นGuidelinesให้คนที่กำลังหาบ้านในจีน ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน หรือ คนทำงานก็ดี โดยเนื้อหาในบล็อกนี้มาจากประสบการณ์โดยตรงของเรา เน้นที่ปักกื่งและเซี่ยงไฮ้เพราะเราเคยอยู่แค่สองเมืองนี้ ซึ่งแต่ละคนเจอมาไม่เหมือนกันนะ แต่อ่านไว้เป็นแนวทางได้ 🙂

“บ้าน” ในที่นี้คือApartment นะ เพราะในจีนบ้านเป็นหลังๆเรียกว่าคฤหาสน์(别墅)

 

5 STEPS TO RENTING AN APARTMENT
IN CHINA 

1.LOCATION

ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่าเราจะไปอยู่ที่เมืองอะไร ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ หรือ กวางโจว ทางที่ดีควรรู้ด้วยว่าเมืองที่เราอยู่เป็นเขตเศรษฐกิจที่เท่าไหร่ของจีน เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจว เสินเจิ้น เป็นเขตเศรษฐกิจที่หนึ่งของจีน (一线城市) หางโจว นานกิง เฉิงตู ซีอาน ฯลฯ เป็นเขตเศรษฐกิจที่สอง(二线城市)ซึ่งแต่ละเขตเศรษฐกิจค่าครองชีพก็จะมีความแตกต่างกัน

เมื่อเราmake sure แล้วว่าเราจะไปอยู่ที่เมืองไหน จากนั้นเราก็มาดูว่าเราจะไปอยู่ในเขตอะไร ใครเป็นนักเรียนก็ต้องดูว่าโรงเรียนอยู่เขตอะไร อย่างในปักกิ่ง ปกติโรงเรียนจะอยู่เขตHaidian ส่วนใครทำงานก็ต้องดูว่าบริษัทอยู่ในเขตอะไร ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะอยู่เป็นแหล่งรวมๆกัน ราคาบ้านที่ใกล้ออฟฟิศก็จะมีราคาสูง

2. DEFINE YOUR CRITERIA

จากนั้นstepที่2 เราต้องมาดูความต้องการหรือRequirementส่วนตัว แน่นอนควรประเมินจากงบประมาณเป็นหลัก และค่าบ้านในจีนไม่ควรคิดเป็นเงินบาทเด็ดขาด เพราะไม่งั้นจะเช่าไม่ลงแน่นอน

ที่จีนการเช่าบ้านจะมีสองแบบหลักๆคือ 1.เช่าทั้งหลัง (整租)2. เช่าเฉพาะห้องนอนหรือเช่าร่วมกับผู้อื่น (合租)ซึ่งประเภทที่สองเป็นที่นิยมมากของคนจีนและคนต่างชาติ เพราะสามารถประหยัดค่าเช่าไปได้เยอะ เหมาะสำหรับคนที่อยู่ง่าย อยู่กับคนอื่นที่ไม่รู้จักได้ และต้องการประหยัดเงิน ส่วนเช่าแบบแรกเหมาะสำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัว มีความเยอะ หรือเช่ากับเพื่อนสนิทก็เช่าทั้งหลังแล้วแบ่งห้องนอนกันก็ได้ ซึ่งเรามีประสบการณ์เช่าบ้านมาสองหลังไม่เคยอยู่แบบที่สองเลย 555

2.1 เช่าทั้งหลัง (整租)

การเช่าบ้านทั้งหลังส่วนใหญ่จะเหมาะกับคนที่ต้องการอยู่คนเดียวมากกว่า ส่วนใหญ่ก็จะเป็นห้องที่ประกอบไปด้วย 1ห้องนอน 1ห้องน้ำ 1ห้องครัว หรือห้องแบบStudio ก็จะเป็น 1ห้องนั่งเล่น 1ห้องน้ำ เป็นต้น หรือถ้าจะเช่าอยู่กับเพื่อนสนิทก็สามารถเช่าทั้งหลังได้ด้วยเหมือนกัน โดยก็จะมีที่เป็น2ห้องนอน เป็นต้น อันนี้ก็ตามงบประมาณของแต่ละคน อย่างตอนที่เราอยู่ปักกิ่งเราเช่าอยู่กับเพื่อนสนิทก็เช่าทั้งหลังเหมือนกัน 2ห้องนอน 1ห้องน้ำ 1ห้องครัว 1ห้องนั่งเล่น ค่าห้องหารสอง หรือหารตามขนาดห้องนอนก็ได้ เช่น ใครนอนMaster Bedroom ก็ออกเยอะหน่อย เพราะถือว่ามีพื้นที่ใช้สอยเยอะกว่า อันนี้ก็แล้วแต่ตกลงกับเพื่อนเอง

 

ส่วนที่เซี่ยงไฮ้ เราก็เช่าแบบทั้งหลังเหมือนกันแต่อยู่คนเดียว เราเช่าแบบที่เป็นLoft-Studio เพราะใฝ่ฝันอยากอยู่บ้านLoft 2ชั้น อิอิ ฟินมากบอกเลย แต่ราคาไม่ฟินเท่าไหร่ 555

WeChat Image_20170720155939.jpg

ส่วนราคา ก็อย่างที่บอกว่าตามเขตที่อยู่และความหรูหราของบ้าน แต่ถ้าเช่าทั้งหลังไม่มีต่ำกว่า4000หยวน/เดือนแน่นอน ส่วนใหญ่จะอยู่ราว5000-8000หยวน ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องดูกำลังทรัพย์ของตัวเองด้วย เพราะที่จีนโดยเฉพาะปักกิ่งเวลาจ่ายค่าเช่าบ้านจะจ่ายงวดละ3เดือน เป็นอย่างต่ำ บางทีเจ้าของบ้าน (房东)เรียกเก็บ6เดือนเลยก็มี เวลาจ่ายค่าบ้านจ่ายทีเป็นเงินก้อนใหญ่ เพราะฉะนั้นก่อนตัดสินใจเช่าบ้านในจีนต้องคำนึงถึงความสามารถในการชำระเงินด้วย ส่วนที่เซี่ยงไฮ้จะประนีประนอมกว่าปักกิ่งหน่อย บางที่จ่าย1เดือน บางที่จ่าย3เดือน แล้วแต่ตกลง

2.2 เช่าเฉพาะห้องนอนหรือเช่าร่วมกับผู้อื่น (合租)

การเช่าแบบ合租ค่อนข้างเป็นที่นิยมของคนจีนมากๆๆๆๆ เพราะว่าราคาถูก จ่ายแค่เฉพาะค่าห้องนอนเท่านั้น ซึ่งการอยู่แบบ合租ข้อเสียคือต้องอาศัยใต้ชายคาเดียวกับคนที่เราไม่รู้จัก และเราไม่สามารถเลือกได้ด้วยว่าเราจะเอาเมทคนจีนหรือคนต่างชาติ ถ้าเจอคนดีเจอคนสะอาดก็ดีไป ถ้าเจอคนสกปรกก็จบกัน เพราะในบ้านจะมีCommon area และห้องน้ำที่ใช้ร่วมกัน ค่าน้ำค่าไฟหารกัน ดังนั้นทุกคนใช้เต็มที่ อย่างไรก็ดี ห้องแบบ合租ก็มีห้องที่เป็นMaster Bedroomด้วยและมีPrivate Bathroomในตัว แบบนั้นก็ดีเหมือนกันสำหรับคนที่ไม่ต้องการแชร์ห้องน้ำร่วมกับใครและต้องการอยู่บ้านใจกลางเมือง แต่ห้องMaster room+Private Bathroom ก็มักจะมีราคาแพง ไม่ต่ำกว่า4000หยวน/เดือนอีกเช่นกัน แต่ก็ถือว่าเป็นราคาที่ถูกเมื่อเทียบกับความสะดวกสบายเพราะอยู่ใจกลางเมือง เดินทางสะดวก

ส่วนใหญ่บ้านแบบ合租ก็จะมีตั้งแต่4-6คนอยู่ด้วยกัน เคยเจอ9-10คน น่ากลัวมากๆ แต่เป็นส่วนน้อยที่อยู่กันแบบนั้น ส่วนใหญ่ก็จะ4-6ห้องนอน ทุกคนนอนห้องใครห้องมัน มีCommon Area แต่เชื่อเถอะไม่ค่อยมีใครได้ใช้หรอก มีห้องครัวและห้องน้ำที่ใช้ร่วมกัน ส่วนใหญ่เจ้าของบ้านคนจีนมักจะเคี่ยวมาก อย่างแถวWudaokou ในปักกิ่ง เจ้าของบ้านเอาห้องครัวทุบออกเปลี่ยนเป็นห้องนอนก็มี ได้เงินเพิ่มมาอีกอย่างน้อย2000หยวน/เดือน ห้องแบบนี้เหมาะสำหรับคนทำงานมากกว่า คนที่เอาห้องเป็นแค่ที่นอนเท่านั้น

3.AGENT

ต่อมาเมื่อเรารู้แล้วว่าเราต้องการอยู่ห้องแบบไหน ต่อไปก็เข้าสู่stepการหาบ้าน ซึ่งในจีนมีเว็บไซต์หาบ้านเยอะมาก แล้วก็เว็บไซต์ปลอม(骗子)ก็เยอะด้วย โดยปกติในจีนก็จะนิยมหาบ้านผ่านAgency โดยมีสองเอเจนซีใหญ่ๆ คือ Lianjia (链家)และWo ai wo jia(我爱我家)ซึ่งค่าเอเจนซี่ก็แล้วแต่แต่ละที่ อย่างที่ปักกิ่งเมื่องที่ขึ้นชื่อเรื่องบ้านแพงและDemandบ้านสูงที่สุดในประเทศก็จะมีค่าเอเจนซี่สูงมากโดยคิดราคาเท่าค่าเช่าบ้าน1เดือน เช่นเช่าบ้านราคา3000หยวน ก็จะต้องเสียค่าเอเจนซี่ไปฟรีๆเลย3000หยวน ส่วนที่เซี่ยงไฮ้จะดีกว่าปักกิ่งไม่เสียแพงขนาดนั้น บางเจ้าคิดแค่30-40%ของค่าบ้านเท่านั้น

นอกจากเอเจนซี่2แห่งข้างบนแล้วก็ยังมีเว็บไซต์ลงประกาศบ้านเช่น Ganji (赶集网)หรือ 58(58同城)ซึ่งสองเว็บนี้มีทั้งคนหลอกและไม่หลอก บางบ้านเป็นเจ้าของมาลงโฆษณาเอง(个人出租)แต่ก็ต้องดูดีๆ ทำบุญไหว้พระเยอะๆ เพราะคนโดนหลอกจากเว็บเยอะเหลือเกิน แล้วก็ต้องระวังพวกมาปล่อยเช่าอีกที (二房东)คือเช่าจากเจ้าของบ้านแล้วมาปล่อยบ้านให้เราอีกที แบบนี้มีเยอะ เราไม่ใช่คนจีนไม่ควรtakeความเสี่ยงนี้ เช่าแบบนี้ถ้าเจ้าของบ้านที่แท้จริงรู้จะโดนไล่ออกไปซะเปล่าๆ ทางที่ดีหาจากเอเจนซี่ดีสุด เสียเงินเยอะหน่อยแต่ซื้อความสบายใจ

นอกจากพวกเว็บไซต์แล้วก็จะมีหาบ้านตามตึกเลย คอนโดบางที่มีส่วนกลาง(物业)ที่ค่อยดูแลเรื่องปล่อยห้องเช่า อย่างบ้านเราที่ปักกิ่งก็เช่ากับส่วนกลางโดยตรง เจ้าของบ้านเค้าจะให้ส่วนกลางของคอนโดเป็นคนดูแลจัดการทั้งหมดตั้งแต่หาเฟอร์นิเจอร์เพิ่มเติม ซ่อมแซม หรือจ่ายค่าเช่าบ้านก็จ่ายกับส่วนกลางโดยตรง แบบนี้สบาย แต่ก็ต้องเสียค่าแรกเข้าเป็นเงินค่าเช่า1เดือนเช่นกัน (ปักกิ่งก็เป็นแบบนี้ 5555) นอกจากนี้ก็ยังมีกรุ๊ปWeChat หาบ้านเหมือนกัน อันนี้ส่วนใหญ่จะเป็นพวกใกล้กลับประเทศแล้วต้องการปล่อยห้องต่อ เป็นต้น แบบนี้ดีตรงที่ไม่ต้องเสียค่าเอเจนซี่

 

ส่วนอีกอันที่เราเคยใช้โดยตรงเลยคือ Ziroom (自如) อันนี้เป็นแอพหาบ้านในเครือของLianjia เป็นบ้านที่Premium ขึ้นมาหน่อย เค้าเคลมว่าไม่มีค่าเอเจนซี่แต่มีค่าบริการ (服务费)ขึ้นมาแทนคิดเป็นรายปี ซึ่งใครๆก็รู้ว่าเจ้าค่าบริการมันคือค่าเอเจนซี่นั้นแหละ ค่าบริการ(服务费)ถ้าเช่าบ้านทั้งหลังจะคิด8%ของค่าเช่าบ้าน ถ้าเช่าแบบ合租จะคิด10%ของค่าเช่าบ้าน ค่าบริการนี้ประกอบไปด้วย จะมีแม่บ้านมาทำความสะอาดบ้านทุกอาทิตย์สำหรับคนเช่าบ้านแบบ合租แต่จะทำความสะอาดเฉพาะcommon areaเท่านั้น ส่วนเช่าทั้งหลังจะมาทำความสะอาดทุกเดือน แล้วก็บริการซ่อมแซมฟรี

WeChat Image_20170720115756.jpg

WeChat Image_20170720115812

WeChat Image_20170720115821

WeChat Image_20170720120021

4.PAYMENT

อัตราค่าเช่าบ้านในจีนส่วนใหญ่จะเซ็นสัญญา1ปี เก็บเงินเป็นก้อน จ่ายทีละ3เดือน ถ้าเพิ่งเช่าครั้งแรกจะเก็บก้อนใหญ่มากๆเป็นหมื่นหยวน ประกอบไปด้วย ค่าเช่าบ้าน3เดือน (ปักกิ่งเก็บอย่างต่ำ3เดือนแน่นอน ที่เซี่ยงไฮ้มีเก็บตั้งแต่1-3เดือน) ค่ามัดจำบ้าน1เดือน (บางที่เก็บ1.5เดือน) ค่าเอเจนซี่ (ถ้ามี) ซึ่งวิธีการจ่ายก็หลากหลาย ถ้าเช่ากับเจ้าของบ้านโดยตรงหรือเช่ากับส่วนกลางส่วนใหญ่จะจ่ายเป็นเงินสด ถ้าเช่าผ่านเอเจนซี่ก็มีทั้งจ่ายเงินสดหรือจ่ายผ่านAlipay, WeChat Pay ถ้าเช่าผ่านZiroom สามารถใช้ผ่านแอพAlipay หรือ WeChat Pay ได้เลยเช่นกัน

5.MOVE OUT

เรื่องการย้ายบ้าน ถ้าเราย้ายบ้านเนื่องจากสัญญาหมดก็ดีไป แต่ถ้าย้ายกลางคันปัญหาจะตามมาร้อยแปดพันอย่าง โดยเฉพาะพวกที่เช่ากับเอเจนซี่ ก่อนเซ็นสัญญาต้องอ่านดีๆ แต่พูดตามตรงต่อให้อ่านดีแล้วเราก็ไม่มีทางเข้าใจภาษาที่เค้าเขียนได้หรอก แต่หลักๆถ้าเราออกก่อนสัญญาหมด ถ้าเราเช่าทั้งหลังแบบอยู่คนเดียว ในกรณีที่เราเช่ากับเจ้าของบ้านโดยตรงก็บอกเจ้าของบ้านไปก็จบ มัดจำไม่ได้คืนแน่นอนถือว่าเป็นการฉีกสัญญา (违约金)แต่ถ้าเช่าอยู่กับเพื่อน อันนี้ต้องหาคนมาเช่าแทน ไม่งั้นค่าบ้านทั้งหลังเพื่อนจะต้องเป็นคนรับผิดชอบคนเดียว

ในกรณีที่เช่าผ่านเอเจนซี่อันนี้ต้องมีจิตใจที่สตรองนิดนึงเพราะปัญหาจะตามมาเยอะมาก อาทิเช่น ถ้าเช่ากับZiroom ในสัญญาจะเขียนด้วยภาษาที่งงงวยมากแต่มีใจความว่าถ้าต้องการออกก่อนสัญญาหมดต้องแจ้งกับคนที่ดูแลบ้าน (管家)ล่วงหน้า 20วัน ซึ่งปกติคนดูแลบ้านจะแจ้งเราแค่นี้ตอนเซ็นสัญญา ถือว่าเจตนาแจ้งไม่ครบ ใครที่ต้องการหาบ้านจากZiroomต้องอ่านตรงนี้ให้ดี การmove out ก่อนหมดสัญญาจะต้องยื่นเรื่อง(退租申请)ผ่านแอพziroomก่อนล่วงหน้า20วัน โดยนับจากวันที่ยื่นเรื่อง ถึง วันที่ย้ายออก ไม่ใช่นับถึงวันที่จ่ายเงินวันสุดท้ายนะ อันนี้เราโดนมาแล้ว ต้องระวัง ค่ามัดจำคือค่าเช่าบ้าน1เดือนโดนยึดแน่นอนในทุกกรณี ที่จะได้คืนคือค่าบ้านที่จ่ายไปแล้วและค่าบริการ จากนั้นเมื่อทำการยื่นเรื่องแล้วให้เราติดต่อกับคนดูแลบ้าน ซึ่งถ้าเราไม่แจ้งล่วงหน้า20วัน เราจะต้องเสียเงินค่าบ้านเพิ่มอีก20วัน (ในกรณีที่ออกก่อน20วัน ค่าฉีกสัญญาประกอบไปด้วยค่ามัดจำ1เดือน + ค่าเช่าบ้าน20วัน) แต่ถ้าเราแจ้งล่วงหน้า20วันอันนี้ค่าเช่าบ้าน20วันไม่เสีย และเงินค่าบ้านที่เหลือ + ค่าบริการจะถูกคืนเข้ามาในแอพZiroom ซึ่งคนต่างชาติจะมีปัญหาคือไม่สามารถลิงค์กับบัตรเอทีเอ็มได้ เราต้องติดต่อคนดูแลบ้านให้เค้าช่วยทำเรื่องให้เรา ให้บริษัทโอนเงินเข้าธนาคารโดยตรง ซึ่งเป็นเรื่องที่วุ่นวายมากๆๆๆๆๆๆๆๆ เพราะฉะนั้นทางที่ดีสุดพยายามอยู่ในครบสัญญา

เสริมค่าน้ำค่าไฟ

ปกติใชที่เมืองจีนจะมีระบบเก็บค่าน้ำค่าไฟไม่เหมือนกัน บ้านเราที่ปักกิ่งใช้ระบบเติมเงิน มันจะมีบัตรแก๊ส บัตรไฟ ซึ่งต้องไปเติมที่ธนาคาร แก๊สไว้สำหรับน้ำร้อนและฮีตเตอร์ ส่วนค่าน้ำเป็นระบบใช้ก่อนค่อยจ่าย จะมีคนมาวัดมิเตอร์น้ำ และบิลค่าน้ำจะมาครั้งละ2-3เดือนแล้วแต่อารมณ์คนส่งบิล 5555 การใช้ไฟระบบเติมเงินดีอย่างตรงที่เราควบคุมค่าใช้จ่ายได้ แต่บ้านที่เซี่ยงไฮ้เนื่องจากเป็นคอนโดพาณิชย์(商务公寓)ค่าน้ำค่าไฟจะแพงกว่าบ้านทั่วไปและเก็บโดยตรงกับส่วนกลาง ดังนั้นเราจะใช้น้ำและไฟก่อน ทุกเดือนจะมีบิลจากส่วนกลางมาและเราก็เอาบิลไปจ่ายกับส่วนกลางนั้นเอง โดยค่าน้ำค่าไฟบ้านทั่วไปไม่แพงเท่าไหร่ถ้าอยู่คนเดียวไม่น่าเกิน150-200หยวน แต่ถ้าอยู่เป็นคอนโดพาณิชย์แบบเราค่าน้ำค่าไฟเกิน300หยวนแน่นอน แพงมากๆ

ค่าเน็ต

ส่วนใหญ่ถ้าเช่าผ่านZiroom ค่าเน็ตจะรวมอยู่ในค่าบริการแล้ว แต่ถ้าพักโดยตรงกับเจ้าของบ้านหรือส่วนกลางก็ต้องซื้อเน็ตเอง บ้านที่ปักกิ่งเราไปซื้อกับChina Unicom (中国联通)ซื้อpackageมาเลย ถ้าอยู่เป็น合租ส่วนใหญ่จะเก็บอยู่ในค่าส่วนกลางแล้วเช่นกัน

หวังว่าบล็อกวันนี้จะเป็นประโยชน์แก่ใครหลายๆคนที่กำลังหาเช่าบ้านในเมืองจีนนะคะ ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการใช้ชีวิตที่เมืองจีน รู้ทันคนจีนไม่โดนหลอกค่า แต่ถ้าโดนหลอกแล้วก็คิดซะว่าเป็นบทเรียนนะคะ อิอิ

 

ขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ

Phoebe Hung

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s