My working experience in China

image

ก่อนอื่น… เราคิดอยู่นานว่าจะเขียนBlog บอกเล่าประสบการณ์การทำงานในเมืองจีนหรือไม่ ตอนแรกเราไม่อยากเขียน เพราะรู้สึกว่าเรื่องราวของตัวเองไม่ได้น่าสนใจอะไร (แต่เราเคยเขียนเกี่ยวกับขั้นตอนการขอEmployment Permit ที่จีน ซึ่งตอนที่เราขอตอนนั้นเป็นระบบเก่า ปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็นระบบใหม่โดยให้เป็นบัตรแทนสมุดเหมือนที่เราเคยได้แล้ว) จนกระทั่งมีน้องสาวที่สนิทกันมากสมัยตอนที่อยู่ที่เซี่ยงไฮ้บอกว่าเราควรเขียนแชร์ประสบการณ์ของตัวเองนะ เพราะว่ามีคนไทยหลายคนที่เรียนจบแล้วอยากทำงานที่จีนต่อ หลายคนอยากอยู่แต่ไม่มีโอกาสได้อยู่ หลายคนมีโอกาสได้อยู่แต่อยู่ไม่ได้ เราก็คิดว่า อืม… เราเองก็ใช่ว่าจะอยู่นาน 555 ก็แค่5-6ปี แต่การทำงานในเมืองจีนของเราก็เริ่มมาตั้งแต่ปี2013แล้ว ทำงานไปเรียนไปด้วย ทำตั้งแต่งานPart-time, Contract ไปจนถึงFull-time ถ้ามีคนเห็นว่าประสบการณ์ของเราพอจะทำให้คนที่อยากไปทำงานที่จีนเข้าใจมากขึ้น เราก็ยินดี คิดว่าประสบการณ์ของเราน่าจะ值得分享

ประวัติคร่าวๆของเรา (ต้องเกริ่นก่อนเดี๋ยวไม่เข้าใจ 55)

วันนี้หลักๆที่อยากจะเขียนก็จะเขียนเกี่ยวกับการทำงานในบริษัทIT(互联网公司) เราเริ่มทำงานในบริษัทITจีนตั้งแต่ปี 2013 สมัยยังเป็นเด็กPart-time แปลเอกสาร หาBug บลาๆ บริษัทITแรกในชีวิตเลยที่เราได้มีโอกาสเข้าไปทำงาน (ตอนนั้นทำPart-time) คือบริษัท Pactera เป็นบริษัทข้ามชาติที่เป็นOutsource ให้กับMicrosoft, Nokia, HP เราทำงานอยู่ที่Regional Office ที่ปักกิ่ง ตอนนั้นมีหน้าที่คือหาBug 5555 ให้Nokia กับ Microsoft จากนั้นก็ทำงานPart-timeอีกหลายที่ไปจนถึงได้งานประจำที่แรกก็ยังได้เป็นบริษัทIT อีก ><”

เราเริ่มทำงานที่แรกที่บริษัทแอพ 快手 เป็นแอพShort Video มีUserปัจจุบันก็เกิน400ล้านคนแล้ว นี้เฉพาะแค่ในประเทศนะยังไม่รวมต่างประเทศ เราเริ่มทำงานที่นี้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี2016 ทำตั้งแต่เป็นวีซ่านักเรียนจนเป็นวีซ่าทำงาน จากนั้นก็ย้ายไปทำที่เซี่ยงไฮ้ก็เป็นแอพRecruit Platform สำหรับนักเรียนต่างชาติ ปี2017 จากนั้นเราก็ย้ายกลับมาอยู่ปักกิ่งแล้วก็มีโอกาสได้ทำงานในหนึ่งในบริษัทITที่ใหญ่ที่สุดในจีน (แอบภูมิใจเล็กๆ) อย่าง今日头条 (Bytedance) ซึ่งเป็นแอพเกี่ยวกับข่าว เรียกได้ว่าเป็น News Platform ที่ใหญ่ที่สุดในจีนเลยก็ว่าได้ ปัจจุบันก็ซื้อหลายAppจากหลายบริษัทในอเมริกา ที่เป็นที่ฮือฮาหน่อยก็คือ Appถ่ายวีดีโอ Flipagram ปัจจุบันFlipagramก็เป็นของบริษัท今日头条 เรียบร้อย

โดยหลักๆเราดูตัวProductที่มีชื่อว่า Tik Tok หรือ แอพ 抖音ในภาษาจีน แอพ抖音ดังมากๆในจีน แล้วตอนนี้แอพTik Tok ก็กำลังดังในหมู่วัยรุ่นในเมืองไทยเช่นเดียวกัน เราทำงานFull-timeที่จีน3บริษัท โดยทั้งสามแห่งนี้ถือว่าเป็นบริษัทที่โตมาจากการเป็นStart-Up (创业公司)ทั้งหมดแต่เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีนที่สนับสนุนให้ประชาชนมาทำStart-Up และประกอบกับไหวพริบ ปฏิภาณของCEO ทำให้บริษัทเติบโตได้อย่างรวดเร็วสุดๆ โดยเฉพาะบริษัทล่าสุด今日头条 ทั้งสามบริษัทเราทำตำแหน่งเดียวกันหมดเลยคือ Global Operations Manager (海外运营经理)

toutiaoexterior

hq

มีคนถามเยอะว่าOperations (运营)คืออะไร ? Operations ใน IT Industry ถ้าจะให้พูดกันอย่างให้เห็นภาพเลยก็คล้ายๆงานMarketing (ทั้งOffline&Online), Customer Relations, Coordinators ในบริษัทที่เป็นTraditional (ปกติในเมืองจีนจะเรียกบริษัทที่ไม่ใช่บริษัทITว่า 传统公司 หรือ Traditional Company )  จริงๆแล้วฝ่ายOperations ก็ทำงานหนักมากไม่แพ้ฝ่ายDeveloper เลย  ถ้าจะอธิบายให้เห็นมากขึ้นไปอีกคือ

ฝ่ายProducts (产品部)จะดูแลในส่วนเนื้อหา หน้าตา ฟังค์ชั่นของแอพทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการแต่งเติมลูกเล่น ฟังค์ชั่น UI ทุกอย่างเลยที่เกี่ยวกับProduct ก็จะเป็นฝ่ายนี้ดูแล และในบางบริษัทเวลาประชุม Product Manager ก็จะเป็นคนรวบรวมDataหลักมาใช้ในการประชุม เช่น Active Users, Daily Active Users, UGC เป็นต้น

ฝ่ายTechnique (技术部门) โดยปกติฝ่ายเทคนิคกับฝ่ายProduct ก็จะต้องโคกัน เมื่อฝ่ายProductมีไอเดียอะไรก็จะคุยกับฝ่ายเทคนิคเพื่อดูว่าสามารถทำได้หรือไม่เพราะฝ่ายเทคนิคต้องเขียนโค้ดออกมา ในกรณีที่เจอBug ก็ต้องเป็นฝ่ายเทคนิคแหละที่ต้องเป็นคนแก้ไข เพราะฉะนั้นในบริษัทIT นอกจากฝ่ายOperationsที่ต้องมีDay Shift กับ Night Shift ก็มีฝ่ายเทคนิคเนี้ยแหละที่ต้องอยู่ทำงาน24 ชั่วโมง สื่งที่ฝ่ายเทคนิคเกลียดที่สุดคือ BUG นั่นเอง 555

ฝ่ายOperations (运营部门)เมื่อProductทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์พร้อมออกสู่สายตาประชาชนแล้ว หน้าที่ของฝ่ายOperations คือจะทำอย่างไรให้คนเล่นApp และเมื่อมีคนเล่นAppแล้วจะทำอย่างไรให้รักษาUserเหล่านั้นเล่นแอพเรายาวนานที่สุด (เรียกว่า留存)ก็เป็นส่วนของการตลาดที่ต้องทำ รวมไปถึงการเช็คFeedback จากที่ต่างๆด้วย เช่น Feedbackที่คนส่งเข้ามาผ่านแอพโดยตรง หรือ Google Play หรือ App Store โดยถ้ามีFeedback ที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายไหน Operationsก็จะส่งfeedback ไปที่ฝ่ายนั้น เช่น ถ้ามีUser ส่งfeedback มาบอกว่าถ่ายวีดีโอไม่ติด หรือถ่ายแล้วพอจะpost วีดีโอเป็นภาพสีดำ แบบนี้ก็ต้องให้ฝ่ายเทคนิคจัดการแก้ไขbugด้วย นอกจากนี้ฝ่ายOperationsต้องมีความสามารถในการวิเคราะห์Dataได้ โดยเฉพาะUGC Data และก็ควรจะต้องคำนวนCTR (Click-Through-Rate) หรือ LTR (Like-Through-Rate) ให้เป็นด้วย บริษัทใหญ่ๆมักมีระบบดูdataของตัวเอง (后台) บางบริษัทที่เล็กๆหน่อยก็มักจะใช้Google Analysis แทน

ปกติโดยฝ่ายOperations จะมีจำนวนประชากรเยอะมาก เพราะแบ่งเป็นหลายฝ่าย เช่น Content Operations (内容运营)Social Media Operations (新媒体运营)Revisor (运营审核)Market Operations (市场运营)และอีกมากมายยยยยยยยยย

ปัจจุบันเราได้ตัดสินใจลาออกจาก今日头条แล้ว และจะกลับมาทำงานประจำที่เมืองไทยเดือนธันวาคมนี้  เนื่องจากเราตระหนักแล้วว่าเราอยากมีเวลาอยู่กับครอบครัวที่เมืองไทยมากกว่า ประกอบกับเราอายุไม่น้อยแล้วถ้าทำงานจน30กว่าค่อยกลับมาทำงานที่เมืองไทยก็เกรงว่าจะหางานไม่ได้ เนื่องจากงานด้านIT โดยเฉพาะสายMobile Applicationในเมืองไทยยังไม่ค่อยดี ถ้าตัั้งใจจะทำงานสายนี้จริงๆก็ต้องทำที่จีน หรือ อเมริกา เท่านั้น สิงคโปร์ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเพราะในภูมิอาเซียน Appดังๆส่วนใหญ่จะตั้ง Regional Office ที่สิงคโปร์ >< ดังนั้นถ้าเป้าหมายคือการกลับบ้าน ก็ควรจะกลับเสียแต่ตอนนี้ กลับมาในช่วงที่อายุยังพอเปลี่ยนสายงานได้จะดีกว่า

520406e7810645e0ba26d05c615c0ee0

IMG_0347

บริษัท IT จีนอยู่ที่ไหนกันบ้าง ?

เมื่อพูดถึง Internet and Technology นอกจากอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี แล้วประเทศที่กำลังมาแรงมากจริงๆก็คงหนีไม่พ้นประเทศจีน จริงๆแล้วบริษัทไอทีมีอยู่ทั่วประเทศจีน ที่เราๆรู้จักก็คือ BAT (Baidu, Alibaba, Tencent) สามบริษัทITระดับตัวพ่อ แหล่งรวมเทพทางด้านไอที หรือในภาษาจีนเรียกว่า人才นั้นมักจะรวมตัวกันอยู่ที่ 3-4 เมืองใหญ่นี้ ได้แก่ Beijing Shanghai Shenzhen และHangzhou นอกจากนี้บริษัทไอทีท็อประดับตัวพ่อของจีนก็มักจะมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่3-4เมืองนี้

Beijing

เมื่อเอ่ยถึงบริษัทไอที แน่นอนต้องนึกถึงกรุงปักกิ่งและเมื่อพูดถึงปักกิ่ง ทุกคนต้องนึกถึง Zhongguancun(中关村)Zhongguancun ในปัจจุบันได้รับการยกย่องให้เป็นSilicon Valleyของจีนเลยทีเดียว เมื่อเราเดินทางไปถึงZhongguancun เราจะรู้สึกเหมือนเป็นอีกโลกหนึ่งตรงนั้นเป็นที่ตั้งของบริษัทไอทีตัวท็อปของจีน ไม่ว่าจะเป็น Youku (优酷) IQIY(爱奇艺) Sina (新浪)

e85219b77f96d87e443a7e466e38cb0b.jpg

ในปักกิ่งนอกจากแถวZhongguancunแล้ว ก็ยังมีแถวXierqi (西二旗) เป็นย่านที่ตั้งของบริษัทSearch Engine ที่ใหญ่ที่สุดในจีนอย่างBaidu และแถว Baofusixiqiao (保福寺西桥) ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทไอทีอันดับหนึ่งของโลกอย่างGoogleและย่านWudaokou (五道口)บริเวณTUSPark (清华科技园) ก็เป็นแหล่งรวมบริษัทไอทีชื่อดังของจีน เช่น Sohu (搜狐)และบริษัทที่เราทำงานที่แรก แอพKwai (快手)ก็ตั้งอยู่ที่TUS Park เหมือนกัน (แต่ปัจจุบันย้ายไปแล้วแต่ก็ยังอยู่ในละแวกWudaokou) ส่วน今日头条ตั้งอยู่ที่知春路

กล่าวกันว่าปักกิ่งนี้แหละคือเมืองที่มีบริษัทไอทีมากที่สุดของจีน

18034382_1581786995204935_1739917252804840970_n

articleLarge

Shanghai

ถึงแม้เซี่ยงไฮ้จะมีบริษัทไอทีไม่มากเท่าปักกิ่งแต่ทว่าเซี่ยงไฮ้ก็เป็นหนึ่งในเมืองสำคัญที่เป็นที่ตั้งบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ของจีนอยู่ไม่น้อยเช่น Ctrip (携程), Ele.me (饿了么) หรือแอพสอนภาษาไทยชื่อดังอย่างHujiang(沪江) และย่านที่เป็นแหล่งรวมบริษัทไอทีของจีนก็คงหนีไม่พ้นแถว Zhangjiang HighTechnology (张江高科) มีบริษัท Start-upมากมายที่นี้ เพราะรัฐบาลเซี่ยงไฮ้จะให้การสนับสนุนStart-up ที่ตั้งอยู่ที่ Zhangjiang High Technology และ Free Trade Zone (上海自由贸易区)เป็นกรณีพิเศษ

BA-BK098_ctrip__M_20160128163933

Shenzhen+Hangzhou

เสินเจิ้นเป็นหนึ่งในเมืองที่ความเจริญทางด้านไอทีมากถ้าไม่ใหญ่จริงก็คงเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่บริษัทTencent (腾讯)บริษัทที่มีใหญ่ที่สุดของจีนและทวีปเอเชียและเป็นบริษัทเกมส์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้หรอก

เมืองที่พวกเรารู้จักกันดีอย่าง Hangzhou ถึงจะเป็นเมืองเล็กๆแต่เป็นเล็กพริกขี้หนูเพราะเป็นแหล่งที่ตั้งของบริษัทE-Commerceที่ใหญ่ที่สุดของจีนและปัจจุบันเป็นบริษัทE-Commerceที่ใหญ่ที่สุดของโลกแล้วอย่าง Alibaba

hq-for-b2b

Tencent Seafront Tower, Shenzhen, China

วัฒนธรรมองค์กร

เนื่องจากไอทีเป็นIndustryที่สร้างGDPเป็นกอบเป็นกำให้กับประเทศจีน รัฐบาลจีนเล็งเห็นถึงความสำคัญของโลกDigital งานด้านไอทีของจีนนับวันจะยิ่งเจริญเติบโตและมีความเป็นสากลตามต้นแบบสหรัฐอเมริกา ลักษณะโดยทั่วไปของบริษัทไอทีจีน คือ จะเน้นความสบาย แต่งตัวสบายๆ ไม่มีตอกบัตรมาทำงานกี่โมงก็ได้แต่งานที่ได้รับมอบหมายต้องเสร็จ (ส่วนใหญ่เลิกดึก3-4ทุ่มนู้นนนนน ตามปริมาณงาน ไม่ต้องดีใจว่าไม่มีตอกบัตรสบาย 5555 ) พักกลางวัน 2 ชั่วโมง พักตอนเย็นหลังกินข้าวอีก 2 ชั่วโมง จะไม่พักแล้วทำงานเลยก็ได้ งานเสร็จเร็วก็กลับได้เร็ว แต่จากประสบการณ์แล้วเอาเวลาพักไปทำงานก็กลับดึกเหมือนเดิม เพราะงานเป็นทรัพยากรที่ทำแล้วไม่หมดไปจริงๆ T——T

สภาพแวดล้อมการทำงานค่อนข้างเป็นกันเองและไม่มีการแบ่งชัดเจนเรื่องตำแหน่งหน้าที่ โดยเฉพาะบริษัทStart-Upเล็กๆคนคนหนึ่งมักจะต้องรับผิดชอบงานหลายอย่าง และ ทำงาน6วัน!! อาทิตย์เว้นอาทิตย์ แต่สวัสดิการดีมากๆๆๆๆๆ อย่างบริษัทแรกที่เราทำ 快手 ให้เงินเดือน16เดือน (จ่ายปกติ12 โบนัส4เดือนตามKPIแต่ละQuarter ถ้ามีผลงานดี ถึงตรุษจีนรับเงินก้อนโต) บริษัทมีอาหารแบบบุฟเฟต์สองมื้อ (กลางวัน,เย็น) อาทิตย์ไหนที่ทำงาน6วัน (ทำงานวันเสาร์ ไม่มีOT) จะมีเลี้ยงมื้อใหญ่คืนวันศุกร์ (ส่วนใหญ่เป็นอาหารทะเล) มีHigh Tea (下午茶)ทุกวันตอน3-4โมง มีฟิตเนสให้เล่นฟรีด้วยและมีเงินช่วยเหลือค่าเช่าบ้าน(เฉพาะอยู่ใกล้บริษัทเดินเท้าประมาณ10นาที) 1000หยวน/เดือน ถ้าเป็นDeveloper พวกR&D จะได้2000หยวน/เดือน

ส่วนบริษัทที่เซี่ยงไฮ้ เนื่องจากเป็นบริษัทเล็กและไม่ใช่ITเต็มตัวจึงไม่มีสวัสดิการเช่นนี้

ส่วนของ今日头条จะคล้ายๆ快手 เงินเดือน15เดือน (จ่ายปกติ12 โบนัส3เดือนตามPerformance) มีCanteenบริการอาหารฟรี3มื้อ กาแฟฟรี ของกินฟรี ทำงาน6วัน อาทิตย์เว้นอาทิตย์ (อาทิตย์ที่ทำงาน6วันจะเริ่มทำตั้งแต่วันอาทิตย์ แต่มีOTให้) มีฟิตเนสให้ออกกำลังกาย และเงินช่วยเหลือค่าบ้าน (จะมีรายชื่อคอนโดมาให้เลือก ถ้าเลือกอยู่แถวนั้นจะอยู่ใกล้ออฟฟิศ1.5กิโล) 1500หยวน/เดือน

IMG_0334

ปกติบริษัทITในจีนก็จะเป็นสไตล์ทำงานคือทำงาน พักคือพัก เวลาทำงานหรือประชุมก็จะค่อนข้างจริงจังพอสมควร เถียงกัน ทุบโต๊ะ ก็มีมาแล้ว 5555 แต่ประชุมเสร็จกอดคอกันไปกินข้าว สูบบุหรี่ด้วยซ้ำ ไม่มีนอกรอบ ถ้าเป็นเมืองไทยคงมีนอกรอบแน่ๆ เอามาด่าต่อในFBไรงี้555 บริษัทITจีนจะเป็นสไตล์ทุกอย่างต้องรวดเร็ว คิดไอเดียอะไรออกต้องทำทันที ไม่พอกหางหมู อันนี้คือสิ่งที่เราชอบมาก เป็นสไตล์การทำงานที่ไปๆมาๆเราก็ซึมซับจากเค้ามาโดยไม่รู้ตัว คนจีนเวลาทำอะไรผิดเค้าจะไม่มีคำว่าคุยส่วนตัวเลยนะ ด่าเปิงกลางที่ประชุมเลย >< ก็เคลียร์ๆกันไป ไม่ต้องลับหลังกันก็ดีกันไปคนละแบบ แต่เวลาชมมักจะชมส่วนตัว เอิ่ม…

บริษัท IT จีนจะชื่นชอบการไปOuting สร้างความสัมพันธ์กันในทีมมากๆ เราเรียกว่า TB หรือ Team Building โดยแต่ละแผนกจะมีงบที่ถูกจัดสรรมาเพื่อให้ไปเที่ยวโดยเฉพาะ แล้วด้วยความที่แผนกเราเป็นแผนกGlobal มีคนต่างชาติด้วยก็เลยทำให้ได้งบก้อนใหญ่พิเศษ แต่มันก็ไม่ได้ใหญ่ถึงขนาดไปเที่ยวต่างประเทศได้ ได้อย่างเก่งก็ทะเลในจีนอ่ะนะ 5555

IMG_0350

14937356_1384756541574649_8136762041645737656_n

IMG_0404

DSCF0573

DSCF0545

Photo 9-2-2017, 5 05 26 PM

สิ่งที่ชาวต่างชาติต้องเจอเมื่อเข้าไปทำงานในบริษัทไอทีจีน

บริษัทไอทีจีนแบ่งออกเป็นหลายส่วน เช่น Mobile Application, Game Online เป็นต้น คนไทยที่ทำงานในบริษัทไอทีส่วนใหญ่มักจะทำงานในสองส่วนนี้แต่ในตำแหน่งงานความรับผิดชอบที่ต่างกัน อย่างเราทำงานในบริษัท Mobile Application มาโดยตลอด งานสายนี้เป็นงานที่หนักและแข่งกับเวลาเสมอ เป็นงานที่เข้าง่ายและออกง่ายจากประสบการณ์ของเราเองและจากที่สังเกตุจากผู้อื่น ทำให้เราตระหนักได้ว่าไม่ว่าจะทำงานที่ไหนหนึ่งในปัจจัยที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จและมีความสุขกับการทำงานได้นั้นคือ “ทัศนคติ” ไม่มีการทำงานที่ไหนที่เราไม่ต้องปรับตัวโดยเฉพาะเมื่อเราเลือกที่จะทำงานในต่างประเทศเพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ทัศนคติที่มีต่องานเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และนั้นเองจึงอยากให้ทุกคนได้รู้จักบริษัทไอทีจีนเสียก่อนเพื่อดูบริษัทไอทีจีนเหมาะสมกับเราหรือไม่

Photo 21-2-2017, 6 49 59 PM

ถามว่านอกจากเรื่องงานแล้วสิ่งที่เป็นเรื่องหนักใจที่สุดสำหรับคนต่างชาติที่ทำงานในบริษัทจีนคืออะไร เราคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องภาษา คือถึงแม้เราจะมีความสามารถในการใช้ภาษาได้ถึงระดับFluentแล้ว แต่ในโลกของการทำงานมันมีปัจจัยหลายอย่างมากๆที่เป็นอุปสรรคต่อการสื่อสาร หรือทำให้เราส่งสารไปถึงผู้รับและทำให้ผู้รับไม่เข้าใจ100% หรือจะเป็นการที่เรารับสารจากผู้รับแล้วไม่เข้าใจหมด100% ปัจจัยต่างๆเหล่านั้นก็เช่น
1. ภาษาที่ใช้ในการทำงาน (ซึ่งมันไม่มีสอนในคลาสเรียน ต้องไปเรียนด้วยประสบการณ์จริง) ในการทำงานก็มักจะมีศัพท์ที่ใช้เฉพาะ หรืองานสายไอทีก็จะมีศัพท์เฉพาะอีก ตอนสมัยเราทำงานแรกๆก็ไม่เข้าใจต้องใช้วิธีจดโน้ตคำศัพท์ในสมุดเอา ซึ่งก็ช่วยได้มาก พอใช้ทำงานไปนานๆก็จำได้เอง ส่วนตัวเราว่าภาษาเป็นเรื่องสำคัญมากๆ มากกว่าทักษะอื่นๆซะอีก เพราะเราเจอปัญหาจากทั้งที่ตัวเองเจอและเพื่อนร่วมงานเจอ คือบางคนมีไอเดียดีแต่ภาษาไม่ดี ไม่สามารถอธิบายไอเดียของตัวเองออกมาให้เพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้าเข้าใจได้ หรือบางคนได้รับมอบหมายงานแต่เนื่องจากภาษาไม่ดีทำให้เกิดความเข้าใจผิด ส่งผลให้ทำงานผิด Performanceไม่ดี โดนด่าอีก เพราะฉะนั้นถ้าต้องการทำงานในบริษัทจีน ไม่ว่าจะเป็นบริษัทIT หรือบริษัทอื่นๆควรสามารถฟัง พูด อ่าน เขียน ภาษาจีนให้ได้อยู่ในระดับFluent เพราะคนจีนเค้าก็ไม่พูดภาษาอังกฤษอยู่แล้วหนินา

2.สำเนียงภาษาจีน ไม่ใช่คนจีนทุกคนจะพูดภาษาจีนกลางด้วยสำเนียงมาตรฐานตามCCTV (中央电视台)ดังนั้นเราก็ต้องฝึกการฟังให้เข้าใจ แรกๆก็อาจไม่เข้าใจแต่อยู่ไปนานๆเดี๋ยวมันจะชินและเข้าใจไปเอง อย่างไรก็ดีเรื่องสำเนียงของคนต่างชาติเองก็สำคัญ คนไทยมีปัญหาเรื่องนี้น้อย ชาติที่มีปัญหาเรื่องนี้แบบเข้าขั้นร้ายแรงเลยคือ ญี่ปุ่น เกาหลี อินโดก็มีบ้างเล็กน้อย โดยเฉพาะเกาหลี หนักมากจริงๆ คนจีนในทีมต้องมาปรึกษาเราว่าจะคุยกับคนเกาหลียังไงดี เพราะคุยเท่าไหร่ก็ไม่รู้เรื่อง อธิบายยังไงก็ไม่เข้าใจกัน 5555

อันนี้คือในเรื่องของการสื่อสาร ทั้งนี้ทั้งนั้นในโลกของการทำงานก็มีปัญหาอื่นๆตามมาอีกมากมายจนไม่สามารถบรรยายได้หมด เอาเป็นว่าคนจีนมัักจะเข้าใจเราในฐานะที่เราเป็นคนต่างชาติ พูดง่ายๆคือมีความ包容นั่นเอง แต่ข้อเสียของคนจีนที่เรารู้สึกว่าไม่ว่าจะย้ายกี่งานก็จะเจอคือ คนจีนมักเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง แม้กระทั่งจะทำตลาดต่างประเทศก็ยังเอาความคิดแบบจีนๆมาเป็นที่ตั้ง ที่เราเจอหนักๆเลยคือเอาโมเดลการทำตลาดแบบจีนมาใช้กับไทย ซึ่งมันใช้ไม่ได้ ทำให้หลายครั้งเกิดปัญหาที่ไม่เข้าใจกัน

ทุกอย่างรวดเร็วและไม่มีการสอนงาน

อย่างที่เกริ่นไปแล้วข้างต้น คุณสมบัติพิเศษของบริษัทITจีน นอกจากการทำงานล่วงเวลาแบบโหดเรียกพี่แล้วนั้น การทำงานแบบFast-paced ก็เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะบริษัทITจีนมีเยอะมากแถมProductก็คล้ายๆกัน มีการแข่งขันสูง ลอกเลียนแบบกัน ขโมยไอเดียกันก็สูงด้วย เพราะฉะนั้นถ้าใครคิดไอเดียอะไรได้ต้องรีบนำเสนอ ผ่านที่ประชุมแล้วรับรองไม่เกิน1อาทิตย์จะได้เห็นFeatureใหม่ๆที่ตัวเองนำเสนอออกมาเป็นรูปเป็นร่างอย่างแน่นอน

เมื่อมาทำงานในไอทีจีนแล้วจะค้นพบว่าระบบเวลาจะหมุนผ่านไปเร็วมากๆในหนึ่งวัน งานจะเยอะจนคุณไม่มีเวลาจับโทรศัพท์ อีกปัญหาหนึ่งที่คนต่างชาติส่วนใหญ่เจอคือ บริษัทไอทีจีนมักจะไม่มีการสอนงาน เพราะทุกอย่างเร่งรีบไง ไม่มีใครมีเวลาสอนงาน อย่างมากก็สอน1ครั้งแล้วปฏิบัติงานจริงเลย อีกเหตุผลหนึ่งคือ เพราะพนักงานต่างชาติที่ทำงานในสายIT ส่วนใหญ่จะทำเกี่ยวกับตลาดประเทศตัวเอง(本地化) คนจีนก็เลยคิดว่าไม่ต้องสอนงานก็ได้ ซึ่งจริงๆแล้วมันไม่ใช่! มันคือคนละเรื่อง งานต่างๆ เช่น Functionนู้นนี่นั่นทำยังไง ระบบอันนี้เข้ายังไง ดูยังไง คือมันมีรายละเอียดที่โคตรรรรรรเยอะ! ซึ่งเราต้องถามเค้า เค้าถึงสอน หลักๆคือต้องเรียนรู้เอง 自学能力强! ไม่เข้าใจอะไรต้องถาม คนจีนดีๆมีเยอะ ถามเค้า เค้าก็ยินดีช่วยเหลือ เพียงแต่จะไม่ค่อยเข้าหามาถามว่ามีอะไรให้สอนมั้ย ดังนั้น เมื่อเข้าไปทำงานในบริษัทITจีนแล้วก็ไม่ต้องน้อยใจว่าบริษัทชั้นไม่ดีเลย ไม่มีใครสอนงาน เราก็จะบอกว่ามันคือเรื่องปกติ เราต้องอดทน ตั้งใจใฝ่หาความรู้ เดี๋ยวได้เอง

เข้างาน-เลิกงานไม่ตรงเวลา

บริษัทไอทีจีนขึ้นชื่อว่าเป็นบริษัทที่มีระยะเวลาทำงานมากที่สุด เนื่องจากมีวัฒนธรรมองค์กรแบบสบายๆไม่เป็นระเบียบมากนัก ไม่มีตอกบัตรจึงทำให้เวลาการทำงานค่อนข้างยืดหยุ่น เข้างานสาย เลิกงานสาย เช่น เข้างาน 10โมงเช้า จะมาถึงออฟฟิศ11 โมงก็ได้ ไม่มีใครว่า แต่งานที่ได้รับมอบหมายต้องเสร็จหรือต้องมีผลงานนั่นเอง แต่บริษัทไอทีมักจะมีการกำหนดเวลาเลิกงานแต่มักไม่มีใครเลิกงานได้ตรงตามเวลาสักคน ตอนเราทำงานที่บริษัทแรก เข้างาน10 โมง เลิกงาน4 ทุ่ม ใช่แล้ว !อ่านไม่ผิดหรอกเลิกงานสี่ทุ่มจริงๆ บริษัทไอทีจีนงานเยอะและต้องเร็วทุกอย่างต้องเร็วและมีคุณภาพ จึงทำให้การทำ OT(加班)เป็นเรื่องปกติแต่ไม่ต้องคาดหวังว่าจะได้เงิน OTนะ โอฟรีจ้าฉะนั้นคนที่รักการทำงานในบริษัทไอทีต้องรู้จักการบริหารจัดการเวลาและชีวิตให้ดี จะว่าไปบริษัทไอทีจีนเหมาะมากกับคนไฮเปอร์ กลับถึงบ้านจะมีเวลาทำแค่สองอย่างเท่านั้น คือ อาบน้ำ และ นอน อย่าถามหา Work life balance เพราะมันไม่มีอยู่จริง (没有这个概念)

IMG_0349

เงินเดือน สวัสดิการ โบนัส พร้อม!

สิ่งที่ทำให้ใครๆก็อยากทำงานในบริษัทไอทีนอกจากจะดูเท่แล้ว สิ่งที่เป็นปัจจัยดึงดูดที่สำคัญนั่นก็คือ เงินเดือนและสวัสดิการที่ดีมากๆงานด้านไอทีมักมีฐานเงินเดือนที่สูงกว่างานในสายงานอื่นๆ โดยเฉพาะพวกวิศวะคอมพิวเตอร์(程序师)หรือฝ่ายวิจัยและพัฒนา (研发部)เงินเดือนเริ่มต้นที่ 30000-40000 หยวนเลยทีเดียว รวมไปถึงงานด้านอื่นๆในสายไอทีด้วยเช่น งานที่เราทำก็คือด้านOperations (运营)ก็มีฐานเงินเดือนโดยเฉลี่ยที่สูงกว่าสายงานอื่น

แน่นอนสำหรับคนต่างชาติฐานเงินเดือนก็จะยิ่งสูงขึ้นไปอีก ยิ่งในปัจจุบันบริษัทไอทีจำนวนไม่น้อยที่ต้องการลุยตลาดต่างประเทศต่างก็ยอมลงทุนจ้างคนต่างชาติมาทำโดยเฉพาะประเทศไทยที่เป็นตลาดเป้าหมายของบริษัทไอทีจีน นอกจากเงินเดือนจะดีแล้ว บริษัทไอทีจีนส่วนใหญ่จะมีสวัสดิการที่ดีมากอย่างที่บอก เช่น มีออฟฟิศสวยๆให้นั่งทำงาน ขนมและกาแฟกินไม่อั้นมีอาหารกลางวันฟรี เป็นต้น ยังไม่หมดแค่นั้นยังมีโบนัสให้อีก ซึ่งบริษัทไอทีจีนที่มีผลประกอบการดีมากๆจะให้โบนัสตามผลการประเมินKPI ตาม Quarter เลยทีเดียวตรุษจีนทีรับทรัพย์กันเป็นกอบเป็นกำ

Anyway, เหรียญไม่ได้มีเพียงด้านเดียวรายได้จำนวนมากอาจต้องแลกมากับเวลาส่วนตัวที่เสียไป เนื่องจากงานไอทีมักไม่แน่นอนเวลาการทำงานยืดหยุ่นมาก เสาร์-อาทิตย์ก็อาจต้องมาทำงานหรือประชุมด้วย ดังคำที่ว่า

บริษัทไอทีจีนจ้างคนหนึ่งคนด้วยเงินเดือนของคนสองคน ทำงานเยี่ยงคนสามคน และมีผลงานเยี่ยงคนสี่คน

สภาพแวดล้อมการทำงานที่สบายแต่เคร่งเครียด

ถ้าพูดสภาพแวดการทำงานแล้วงานบริษัทไอทีจีนถือว่ามีสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีมาก ไม่ค่อยมีความเป็นTraditional Office มากนัก ทุกคนมีความเป็นกันเองและสิ่งที่พิเศษมากในวัฒนธรรมบริษัทไอทีคือทุกคนชื่นชอบเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆทุกคนสนใจ Digital Marketing  เทรนด์ของโลก โดยเฉพาะพวกวิศวะคอมกับพวกR&D มักจะมีของเล่นๆเก๋ๆจ๊าบๆมาโชว์เสมอ
20160511_122558

แต่ในอีกด้านหนึ่งของการทำงานบริษัทไอทีจีนขึ้นชื่อว่าเป็นสายงานที่งานหนักมากที่สุดสายงานหนึ่งเอกลักษณ์ของบริษัทไอทีจีนคือทุกอย่างต้องเร็ว เพราะถ้าคุณคิดได้แต่ลงมือปฏิบัติช้าบริษัทอื่นชิงแย่งไปก่อนก็จบกันการทำงานในโลกใครมาก่อนได้ก่อนทำให้ทุกอย่างต้องเร็วมีไอเดียอะไรปุ๊บต้องรีบทำปั๊บ ห้ามช้าโดยเด็ดขาด และทุกอย่างต้องวัดผลได้ดังนั้นการทำงานในบริษัทไอที ทักษะการคิดวิเคราะห์และการอ่านตัวเลขทางสถิติ(数据)จึงเป็นเรื่องสำคัญโดยเฉพาะงานสายOperations (运营)

เพื่อนร่วมงาน (同事)

ข้อดีที่เรารู้สึกชอบบริษัทไอทีจีนคือเพื่อนร่วมงานมีความเป็นกันเองมากและน่ารักมาก ในช่วงแรกๆอาจมีการเกร็งอยู่บ้างเพราะคนจีนก็ไม่รู้สื่อสารอย่างไรกับคนต่างชาติ คนจีนเองก็กลัวคนต่างชาติเหมือนกัน(ไม่รู้จะกลัวทำไม) แต่เมื่อทำงานร่วมกัน เราจะค้นพบว่าการทำงานร่วมกับคนจีนไม่ค่อยมีเรื่องดราม่าเท่าไหร่แยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกจากกัน เราอยู่บริษัทไอทีจีนมาสามบริษัทมีลักษณะแบบนี้หมดเมื่อยามประชุม เราเถียงกันคอเป็นเอ็นเพื่อให้งานออกมาดี แต่เมื่อประชุมเสร็จเราคือเพื่อนกัน นี้คือสังคมการทำงานในบริษัทไอทีจีน

Processed with VSCO with nc preset

Photo 24-2-2017, 8 44 58 PM

Processed with VSCO with c1 preset

Processed with VSCO with c1 preset

ขยัน อดทน ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดคือคัมภีร์ของคนต่างชาติ

เมื่อเราทำงานในบริษัทจีน โดยเฉพาะบริษัทไอทีเราจะค้นพบว่าคนจีนมีความขยันมาก ทำงานไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย จนบางครั้งทำให้เราเผลอคิดไปว่านี่เราขี้เกียจเกินไปหรือเปล่านะแต่สิ่งที่เราอยากฝากก็ถือพฤติกรรมทุกอย่างล้วนแล้วแต่มีที่มาที่ไปทั้งสิ้นคนจีนเป็นชาติที่ขยันเพราะประชากรเยอะ จำนวนคนมีมากกว่าจำนวนงานจึงทำให้เขาเหล่านั้นไม่มีทางเลือกแต่ไม่ใช่เราเป็นคนต่างชาติแล้วจะไม่ขยัน เราอยากฝากถึงทุกคนว่าเราเป็นตัวของตัวเองตั้งใจทำงาน มีผลงานเข้าเป้า ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดนั่นก็เพียงพอแล้ว

 

หวังว่าบทความนี้จะช่วยทำให้คนไทยเข้าใจการทำงานในบริษัทITมากขึ้นนะคะ

ขอให้ทุกคนโชคดีกับเส้นทางที่ได้เลือกแล้ว :)

Advertisements

5 Comments

  1. ขอบคุณครับ เห็นแล้วอยากทำงานกับจีนขึ้นมาเลย
    แต่ความสามารถไม่ถึง ต้องพยายามต่อไป

    Liked by 1 person

  2. สวัสดีค่ะพี่ ตอนนี้หนูกำลังเรียนสาย IT ที่จีน อยากจะปรึกษาเรื่องการทำงานและช่องทางสมัครงานในบริษัทจีนอะค่ะ ถ้าสะดวกรบกวนติดต่อกลับ Wechat: new_charmmy ขอบคุณค่ะ ^^

    Like

  3. อ่านบล็อกนี้แล้วมีกำลังใจในการเรียนต่อมากๆค่ะ555555 พี่เป็นไอดอลหนูเลย

    Like

  4. สวัสดีค่ะพี่ หนูกำลังเรียนในสาขานี้ที่จีนเหมือนกัน พี่เป็นไอดอลมาก ฮื่ออออ
    อยากคุยกับพี่เรื่องทำงานมากกว่านี้จัง สะดวกไหมคะ;-;

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s