50 Chinese Brand Names that Marketing Student in China needs to know!

chinese-name-300x190

สวัสดีค่ะ Blogส่งท้ายปี2017 วันนี้เราอยากจะมาพูดคุยกันเรื่องการเรียนคณะบริหารธุรกิจ ภาควิชาการตลาด (เป็น Chinese Taught Programme เรียนรวมกับนักเรียนจีน) ในประเทศจีนกันว่ามีความยากลำบากสุดๆในเรื่องใดบ้าง

อย่างที่เราทราบกันว่าคณะบริหารธุรกิจของจีนในบางมหาลัยจะอยู่รวมกับคณะเศรษฐศาสตร์ เช่นมอเราเอง北京师范大学 เป็นคณะ经济与工商管理学院เรียกสั้นๆว่า 经管ใน经管แบ่งแยกย่อยออกอีกหลายส่วนทั้งเศรษฐศาสตร์(经济学)บัญชี (会计学อ่านว่า ไขว้-จี้ ห้ามอ่านว่า ฮุ่ย-จี้)บริหารธุรกิจ(工商管理学)และอื่นๆอีกมากมาย ในภาควิชาบริหารธุรกิจก็จะมีชื่อเรียกสวยๆกันว่า BNU Business School มีหลากหลายเมเจอร์อยู่ในนั้น เมเจอร์การตลาดจะเป็นเมเจอร์ย่อยอยู่ในเมเจอร์ Business Management (企业管理专业)เราเรียกว่า方向 ใน企业管理专业จะแบ่งเป็น2方向 Strategy Management (战略管理方向)และ Marketing(市场营销方向)ตอนเข้าป.โทปี1คณะจะให้เราเลือกว่าจะเรียน方向ไหน เลือกแล้วห้ามเปลี่ยน เพราะมีผลต่อการเลือกอาจารย์ที่ปรึกษา วิชาที่ต้องลงเรียนและวิทยานิพนธ์

โอเค ร่ายมายาว ต่อไปเราจะมาพูดถึTopicในวันนี้กัน แน่นอนการเรียนปริญญาโท ภาคภาษาจีน (หมายถึงเรียนโดยใช้ภาษาจีนในการเรียนการสอน ไม่ใช่เรียนภาษาจีนธุรกิจ (Business Chinese) อย่างที่หลายคนเข้าใจ) จุดที่ยากที่สุดที่เราแทบไม่ต้องพูดถึงก็คือเรื่องของภาษา บางมหาลัยมีการOffer Class สำหรับนักเรียนต่างชาติ เปิดแยกออกมาจากนักเรียนจีนต่างหาก ใช้ภาษาจีนในการสอนเช่นเดียวกัน แต่ไม่ต้องเรียนรวมกับเด็กจีน มีหลายมหาลัยที่ทำการแยกคลาสเรียนออกมาแบบนี้(บางมหาลัยแยกคลาสเฉพาะบางคณะ บางสาขาวิชา) เพื่ออาจารย์จะได้จัดการเรียนการสอนได้ง่ายขึ้น นักเรียนก็จะเรียนได้เข้าใจมากขึ้น อาจารย์มีความเข้าใจNatureของนักเรียนต่างชาติ แต่ได้ยินมาว่าเนื้อหาที่ใช้สอนอาจไม่ได้เข้มข้นเท่าของเด็กจีน ก็มีทั้งข้อดีข้อเสีย แต่บางมหาลัยที่โหดๆหน่อยก็จะไม่มีการแยกคลาสเด็กต่างชาติกับเด็กจีน ถ้าตัดสินใจเรียนเป็นChinese Taught Programme แล้วล่ะก็ ก็ต้องไปเรียนร่วมกับเด็กจีน อย่างมหาลัยที่เราเรียน  เด็กต่างชาติเรียนรวมกับเด็กจีน ถ้าเราไม่ใช่ฝรั่ง หรือ ไทยจ๋าๆเลย อาจารย์ก็คงไม่สังเกตเห็น พวกเชื้อจีนอย่างเราก็ไม่ต้องหวังพึ่งว่าอาจารย์จะเห็นว่าเราเป็นต่างชาติแล้วจะช่วย เราต้องช่วยตัวเอง เอาตัวรอดให้ได้ บรรยากาศการเรียนจะหนักและเข้มข้นกว่าเรียนแยกคลาสแน่นอน ถ้าใครเจอแบบนี้ก็ต้องฝึกฝนเรื่องภาษาให้ดี เพราะอาจารย์จะสอนด้วยความเร็วเต็มสปีด เนื้อหาเข้มข้น แถมเวลาเขียนกระดานยังเขียนด้วยลายมือที่อ่านไม่ออกอีก นักเรียนจะเหนื่อยมากแต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความรู้ที่แน่น ภาษาที่แข็งแรงขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว (โดยเฉพาะทักษะการเขียน ทักษะการฟัง เพราะอาจารย์บางคนก็พูดติดสำเนียงด้วย) และเข้าใจNatureของนักเรียนจีนมากขึ้น (เพราะเรียนด้วยกัน ทำงานกลุ่มด้วยกัน)

นอกจากเรื่องภาษาแล้ว ก็ยังมีอีกเรื่องที่เด็กต่างชาติทุกคนบ่นเป็นเสียงเดียวกัน คือ พี่จีนเค้าจะพิเศษกว่าที่อื่นหน่อยหนึ่ง ชื่อนักคิดค้นทฤษฎีที่เป็นภาษาต่างประเทศ (外文) คนจีนเอามาเปลี่ยนเป็นภาษาจีนหมด บางคนหนักถึงขั้นใช้ถอดเสียงเป็นภาษาจีน อ่านยากไปอีก ยาวด้วยจำยาก เช่น Aristotle พี่จีนเล่นถอดเสียงออกมาเป็น 亚里士多德 แล้วใครมันจะรู้ฟ๊ะ !!!

ส่วนเด็กการตลาดจะนรกกว่านั้นหน่อยนอกจากชื่อผู้คิดค้นทฤษฎีที่ต้องจำแล้ว ชื่อแบรนด์ภาษาอังกฤษที่อาจารย์ทุกวิชาพูดถึง พี่จีนก็เล่นเปลี่ยนเป็นภาษาจีนหมด O_O บ้างก็ถอดเสียงจากชื่อภาษาอังกฤษ(音译) บ้างก็ตั้งชื่อใหม่ให้เค้าเลย (แต่คงความหมายให้ใกล้เคียงกับชื่อภาษาอังกฤษมากที่สุดและเลือกใช้ตัวอักษรภาษาจีนตัวที่มีความหมายดีที่สุด) บ้างก็แปลตามชื่อเดิม(ตลกดี เช่น Bluetooth ภาษาจีนเรียก 蓝牙 เป็นตัวอย่างของการแปลตามชื่อเดิม 蓝 = Blue  牙= Tooth) บางแบรนด์ก็มีชื่อภาษาจีนของตัวเองที่ไม่มีความเหมือนหรือความลิงค์กับชื่อดั้งเดิมใดๆ พอDiscussionกับกลุ่มเพื่อนก็เกิดปัญหา เราพูดชื่อภาษาอังกฤษ เพื่อนดันไม่เข้าใจ เพื่อนพูดชื่อภาษาจีน เราไม่เข้าใจ 5555555 เครียด! สรุปคือเราก็ต้องจำชื่อภาษาจีนของแต่ละแบรนด์เพิ่มเข้าไปด้วย (ใช้ชีวิตในประเทศนี้มันยากจริง 5555) เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราต้องทำใจ เพราะว่าภาษาจีนเป็นภาษารูปภาพ 1ตัวอักษร = 1ความหมาย ไม่เหมือนภาษาไทยที่ผสมตัวอักษรกับสระและวรรณยุกต์ ออกมาเป็น1คำ ทำให้ภาษาไทยถอดเสียงได้แม่นยำกว่าภาษาจีน ถามว่าปกติคนจีนเค้าพูดชื่ออังกฤษได้มั้ย คำตอบคือ ได้!แต่ก็แล้วแต่คนด้วย ส่วนใหญ่ถ้าเป็นแบรนด์ดังๆพูดชื่อแบรนด์มาเค้าก็รู้ เช่น Louis Vuitton ชื่อภาษาจีนคือ路易威登 แต่คนจีนส่วนใหญ่ก็เรียก LV เหมือนบ้านเรา หรือ Chanel ชื่อภาษาจีนคือ 香奈儿แต่คนจีนส่วนใหญ่ก็เรียกชาเนลเหมือนพวกเราเหมือนกัน

วันนี้เราในฐานะอดีตนักเรียนการตลาดที่นี้ เข้าใจความทุกข์นี้ เลยจะมาขอแบ่งปันชื่อภาษาจีนของแบรนด์ต่างๆรวมถึงชื่อนิตยสารหรือคำศัพท์ที่นักเรียนการตลาดจะต้องเจอ 50 แบรนด์ ที่อาจารย์พูดถึงบ่อยๆในห้องเรียนรวมไปถึงโผล่อยู่ในCase Study (案例)ที่เราต้องDiscussกันทุกสัปดาห์ด้วย ซึ่งที่เรารวบรวมมาเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถเขียนได้หมดเพราะมันเยอะมากกกก เอาเฉพาะที่เจอบ่อยๆ อาจารย์พูดถึงบ่อยๆก็พอ คนไทยที่ไม่ได้เรียนบริหารที่จีนแต่ต้องการทำธุรกิจกับคนจีนก็ควรรู้ไว้เบื้องต้นเหมือนกันนะ

1.《财富》= นิตยสาร Fortune
(แปลจากชื่อภาษาอังกฤษ)
2. 世界500强  = Fortune Global 500
(แปลจากความหมาย ใช้คำว่า强เพราะเป็นบริษัทที่Strongที่สุดในโลก 500อันดับ)
3. 雀巢 = Nestle
(แปลความหมายจากชื่อเดิม)
4. 联合利华 = Unilever
(สองตัวแรกแปลความหมายจากชื่อเดิม สองตัวหลังถอดเสียงจากชื่อภาษาอังกฤษ)
5. 通用电气 = General Electric
(แปลความหมายจากชื่อภาษาอังกฤษ)
6. 星巴克 = Starbucks
(ตัวแรกแปลความหมายจากชื่อภาษาอังกฤษ สองตัวหลังถอดเสียงภาษาอังกฤษ)
7. 肯德基 = KFC
(ถอดเสียงจากชื่อเต็มภาษาอังกฤษ แต่เอามาแค่ชื่อ คือ Kentucky ไม่เอาFried Chicken มาด้วย ยาวไป)
8. 麦当劳 = McDonald’s
(ถอดเสียงมาจากชื่อเดิมในภาษาอังกฤษ)
9. 赛百味 = Subway
(ถอดเสียงมาจากชื่อเดิมในภาษาอังกฤษ)
10. 可口可乐(简称 = 可乐)=  Coke
(ถอดเสียงมาจากชื่อเต็มในภาษาอังกฤษ Coca Cola)
11. 百事可乐(简称 = 百事)=  Pepsi
(ถอดเสียงมาจากชื่อเต็มในภาษาอังกฤษ Pepsi Cola)
12. 芬达 = Fanta
(ถอดเสียงมาจากชื่อเดิม)
13. 米兰达 = Mirinda
(ถอดเสียงมาจากชื่อเดิม)
14. 伯克希尔· 哈撒韦 = Berkshire Hathaway
(ถอดเสียงมาจากชื่อเดิม)
15. 克勤 = Kohler
(ถอดเสียงมาจากชื่อเดิมในภาษาอังกฤษ ดังนั้น คนเยอรมันที่ชื่อหรือนามสกุลมีคำว่า Kohler จะถูกแทนเสียงด้วยคำว่า 克勤ทั้งหมด เฉกเช่นเดียวกับคำว่า Jack ในภาษาอังกฤษก็จะถูกแทนเสียงด้วยคำว่า 杰克)
16. 米其林 = Michelin
(ถอดเสียงมาจากชื่อเดิม)
17. 阿迪达斯 = Adidas
(ถอดเสียงมาจากชื่อเดิม)
18. 耐克 = Nike
(ถอดเสียงมาจากชื่อเดิม)
19. 匡威 = Converse
(ถอดเสียงมาจากชื่อเดิม)
20. 阿联酋航空 = Emirates Airlines
(แปลโดยตรงจากชื่อประเทศ 阿联酋 = United Arab Emirates)
21. 联邦快递 = FedEx
(ชื่อภาษาจีน)
22. 苹果 = Apple
(แปลความหมายจากชื่อเดิม)
23. 谷歌 = Google
(ถอดเสียงจากชื่อเดิม)
24.雅虎 = Yahoo
·(ถอดเสียงจากชื่อเดิม)
25. 亚马逊 = Amazon
(ถอดเสียงจากชื่อเดิม)
26. 三星 = Samsung
(ในประเทศเกาหลียังมีการใช้ภาษาจีนอยู่ เสมือนคันจิในภาษาญี่ปุ่น 三星ในภาษาเกาหลี ออกเสียงว่า ซัม-ซอง (เพื่อนเกาหลีบอกมา))
27. 现代 = Hyundai
(现代 ออกเสียงในภาษาเกาหลีว่า ฮยอน-แด)
28. 奔驶 = Mercedes Benz
(ถอดเสียงจากBenz)
29.宝马 = BMW
(ชื่อภาษาจีน)
30.丰田 = Toyota
(ใช้คำเดียวกับคันจิแต่ออกเสียงภาษาจีน)
31. 本田 = Honda
(ใช้คำเดียวกับคันจิแต่ออกเสียงภาษาจีน)
32. 奥迪 = Audi
(ถอดเสียงจากชื่อเดิม)
33. 沃尔沃 = Volvo
(ถอดเสียงจากชื่อเดิม)
34. 兰博基尼 = Lamborghini
(ถอดเสียงจากชื่อเดิม)
35. 法拉利 = Ferrari
(ถอดเสียงจากชื่อเดิม)
36. 强生 = Johnson&Johnson
(ชื่อภาษาจีน)
37. 宝洁 = Procter&Gamble
(ชื่อภาษาจีน)
38. 巴黎欧莱雅 = L’Oreal Paris
(巴黎 แปลว่า Paris 欧莱雅 ถอดเสียงจากชื่อเดิม)
39. 乐事 = Lays
(ถอดเสียงจากชื่อเดิม)
40. 联想 = Lenovo
(ชื่อภาษาจีน)
41. 惠普 = HP
(ชื่อภาษาจีน)
42. 诺基亚 = Nokia
(ถอดเสียงจากชื่อเดิม)
43. 沃尔玛 = Walmart
(ถอดเสียงจากชื่อเดิม)
44. 微软 =  Microsoft
(แปลจากชื่อเดิม 微=Micro, 软=Soft)
45. 家得宝 = Home Depot
(ตัวแรกแปลจากชื่อเดิม สองตัวหลังถอดเสียงจากชื่อเดิม)
46. 三菱 = Mitsubishi
(ใช้คำเดียวกับคันจิ)
47. 戴尔 = Dell Computer
(ถอดเสียงจากชื่อเดิม)
48. 大众汽车= Volkswagen
(แปลจากชื่อเดิม Volkswagenเป็นภาษาเยอรมัน Volksแปลว่า国民、大众 Wagen แปลว่า汽车)
49. 宜家 = IKEA
(ถอดเสียงจากชื่อเดิม)
50. 索尼 = Sony
(ถอดเสียงจากชื่อเดิม น่าจะเป็นญี่ปุ่นแบรนด์เดียวที่ภาษาจีนใช้ระบบถอดเสียงจากชื่อเดิม เนื่องจากSony เกิดจากการCombineคำ จึงไม่มีคันจิ)

จบแล้ว!!!50แบรนด์นี้ก็เป็นเพียงเศษเลี้ยวหนึ่งที่ต้องเจอในการเรียน ถ้าเรารู้ศัพท์เยอะก็จะทำให้เรียนเข้าใจมากขึ้น หวังว่าBlogวันนี้จะมีประโยชน์ต่อทุกคนๆนะคะ เจอกันBlogหน้าหลังปีใหม่

สวัสดีปีใหม่ค่า 🙂

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s